ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ : ระบอบไซออนิสต์หวั่นกลัวอยู่ได้ไม่เกิน 80 ปี
Powered by OrdaSoft!

ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ : ระบอบไซออนิสต์หวั่นกลัวอยู่ได้ไม่เกิน 80 ปี

ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนได้กล่าวปราศรัยเมื่อค่ำวันอังคาร (7 กุมภาพันธ์) เกี่ยวกับ "นิศฟูชะอ์บาน", สถานการณ์ในภูมิภาคและในประเทศเลบานอน

     ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับชาวมุสลิมและชาวชีอะฮ์ในโอกาสของเดือนชะอ์บานโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัน "นิศฟูชะอ์บาน" เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์ได้กล่าวยกย่องและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์สำหรับการญิฮาดและความพยายามของพวกเขาในการจัดกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโคโรนา

     ซัยยิดนัศรุลลอฮ์ ได้กล่าวถึงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในเลบานอนว่า : "ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและทีมแพทย์ที่ทำงานเพื่อลดการระบาดของโคโรนา เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน"

     เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์กล่าวว่า : "รายงานต่างๆ ที่ได้รับจากบรรดาแพทย์ชาวมุสลิมและบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งคล้ายกันกับข้อความที่เหล่าบุรุษของกองกำลังต่อต้าน (มุกอวะมะฮ์) กล่าว คือ การต่อสู้กับโคโรนาเป็นการต่อสู้ด้านมนุษยธรรมและอยู่เหนือกว่าแนวทางศาสนาและการเมือง ซึ่งหลังจากพระเจ้าแล้ว ความหวังต่างๆ อยู่ที่ความพยายามของทีมแพทย์ทั้งหลาย

     นอกจากนี้ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ ยังได้แสดงความเสียใจเนื่องในวันครบรอบการเป็นชะฮีดของ "ชะฮีดมุฮัมมัดบากิร อัศศ็อดร์" และน้องสาวของท่าน ซึ่งถูกฆาตกรรมโดยซัดดัม ฮุสเซน พร้อมกับกล่าวว่า ท่านชะฮีดมุฮัมมัดบากิร อัศศ็อดร์ เป็นนักปรัชญาและนักคิด

     เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์กล่าวว่า : "เมื่อการปฏิวัติอิหร่านได้รับชัยชนะ ท่านชะฮีดมุฮัมมัดบากิร อัศศ็อดร์ กล่าวว่า ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ได้ทำให้บรรลุในสิ่งที่ปวงศาสดาต้องการทำ ท่านชะฮีดมุฮัมมัดบากิร อัศศ็อดร์ เป็นตัวอย่างของความบริสุทธิ์ใจและความอ่อนน้อมถ่อมตน และท่านรับรองและสนับสนุนท่านอิมามโคมัยนี สาธารณรัฐอิสลามและการปฏิวัติอย่างเต็มที่

     ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ กล่าวว่า ท่านชะฮีดมุฮัมมัดบากิร อัศศ็อดร์จะเรียกร้องเชิญชวน (ประชาชน) ให้หลอมละลายตัวเองเข้าอยู่ภายใต้การเป็นผู้นำของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) และปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำของท่านตลอดเวลา

     เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนได้กล่าวโดยการยกคำพูดของท่านชะฮีดมุฮัมมัดบากิร อัศศ็อดร์ที่กล่าวว่า "ท่านทั้งหลายจงหลอมตัวเองเข้ากับอิมามโคมัยนี เช่นเดียวกับที่ท่านหลอมตัวเองเข้ากับอิสลาม" และได้ประกาศว่า เขาจะดำเนินเส้นทางนี้ต่อไป

     ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ กล่าวว่า คืนนิศฟูชะอ์บาน เป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่และมีสถานะที่เป็นพิเศษ ณ พระผู้เป็นเจ้า เขาอ้างถึงวจนะของท่านอิมามซอดิก (อ.) เกี่ยวกับความประเสริฐของค่ำคืนนี้ โดยกล่าวว่า คืนนิศฟูชะอ์บานเป็นคืนที่ประเสริฐที่สุดหลังจาก "ลัยละตุลก็อดร์" ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้อภัยบาปของปวงบ่าวของพระองค์

     เขากล่าวว่า ในคืนนี้บรรดาผู้ศรัทธาควรปฏิบัติ "อะมั้ล" ต่างๆ ที่เป็นเฉพาะของคืนนี้ เช่น การนมาซ การอ่านคัมภีร์อัลกุรอานและการขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร) ต่อพระผู้เป็นเจ้า

     เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนถือว่า ความมีสุขภาพที่สมบูรณ์และการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีนั้นเป็นเนี๊ยะอ์มัต (พรที่พระเจ้าทรงประทานให้) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยที่มนุษย์และผู้ศรัทธาส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจต่อมัน แต่เมื่อพวกเขาสูญเสียเนี๊ยะอ์มัตนี้ไป พวกเขาก็สำนึกเสียใจ เขากล่าวว่า มนุษย์จะสำนึกเสียใจว่าทำไมพวกเขาใช้ชีวิตที่มีอยู่ไปใน "สิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์อะไร" เลย

     เขากล่าวว่า ตามริวายะฮ์ (คำรายงาน) และฮะดีษ (วจนะ) ต่างๆ ที่ถูกรายงานมาจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.) นั้น ท่านอิมามซะมาน (อ.) ด้วยกับการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่าน ท่านจะทำให้โลกเต็มไปด้วยความยุติธรรม สันติภาพและความรัก ในขณะที่มันได้เต็มไปด้วยความอธรรมและการกดขี่

     เขากล่าวว่า ความเชื่อใน "ผู้ช่วยให้รอด" (มุนญี) ไม่ได้จำกัดอยู่ในหมู่ชาวมุสลิมและชีอะฮ์เพียงเท่านั้น และคริสเตียนก็เชื่อในการกลับมาของท่านมะซีห์ อีซาบุตรของมัรยัม (อ.) (พระเยซูคริสต์บุตรของมารีย์)

      ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ถือว่า การประสูติ (วิลาดัต) ของท่านอิมามซะมาน (อ.) เป็นจุดเริ่มต้นของการนับถอยหลังสู่การบรรลุพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า และกล่าวว่า ความเชื่อในผู้ช่วยให้รอด (มุนญี) นั้น มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์แห่งฟากฟ้าของศาสนาทั้งหลาย และแรบไบชาวยิวจำนวนมากก็รอคอยการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่าน

      เขาชี้ถึงคำรายงาน (ริวายะฮ์) ต่างๆ ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวิธีการของการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่านอิมาม (อ.) และกล่าวว่า ตามบางรายงาน (ริวายะฮ์) ชาวยิวบนีกอรีเซาะฮ์และบนีนะฎีรที่มาตั้งรกรากอยู่ในเมืองมะดีนะฮ์รู้ว่า มะฮ์ดีผู้ถูกสัญญาจะปรากฏตัว (ซุฮูร) ในดินแดนดังกล่าว

      ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ ชี้ถึงความกลัวของชาวไซออนิสต์เกี่ยวกับการปรากฎตัว (ซุฮูร) ของมะฮ์ดีผู้ถูกสัญญา (อ.) พร้อมกับกล่าวว่า ขณะนี้มีระบอบการปกครองที่แย่งชิงดินแดนอยู่ในปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ซึ่งพวกเขากำลังวิตกกังวลต่อการรักษาสถานะการดำรงอยู่ทางการเมืองและกลัวว่าระบอบนี้จะมีอายุไม่ถึง 80 ปี

      เขาเตือนเกี่ยวกับการอ้างเนื้อหาและริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ ที่ต้องสงสัยและผิดเพี้ยนที่อ้างสัมพันธ์ไปยังท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และกล่าวว่า เนื้อหาดังกล่าวไม่ควรเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์โดยปราศจากการวิจัยและตรวจสอบ

      เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนกล่าวว่า การปลอมแปลงริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ ด้วยเป้าหมายทางการเมืองและเพื่อประโยชน์ของบรรดาบุคคลสำคัญทางการเมืองนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปในยุคสมัยต่างๆ ของอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของบนีอุมัยยะฮ์ และคำรายงานต่างๆ เกี่ยวกับ "สงครามและวิกฤตการณ์" (อัลมะลาฮิม วัลฟิตัน) ต่างๆ (ริวายาตเกี่ยวกับคำพยากรณ์) และ "อิสราอีลียาต" (ฮะดีษต่างๆ ที่อ้างมาจากผู้รู้และหนังสือของชาวยิว) นั้น เป็นส่วนหนึ่งของคำรายงานที่ปลอมแปลงขึ้น

      เขากล่าวต่อว่า : "สิ่งที่เป็นอันตรายยิ่งก็คือคนที่เชื่อในเรื่องงมงายเหล่านี้ และอันตรายมากกว่านั้นก็คือการเรียบเรียงผลงานทางวิชากการขึ้นบนพื้นฐานของเรื่องงมงายเหล่านี้และรับเอาบทสรุปจากมัน"

     ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ กล่าวว่า สงครามต่างๆ , โรคระบาดและไวรัสโคโรนาจะนำไปสู่การล่มสลายของอุดมการณ์ทั้งหลาย และสถานการณ์หลังจากโคโรนาแสดงให้เห็นว่า มีบางกลุ่ม (คนหรือประเทศ) กำลังจะเสื่อมถอยทางศีลธรรม ตัวอย่างของเรื่องนี้ คือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสบางคนที่กล่าวว่า พวกเขากำลังทดสอบวัคซีนและยารักษาโคโรนากับชาวแอฟริกา

     เขากล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ เราจำเป็นต้องปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบของตนและจะต้องไม่ลืมเรื่องของมนุษยธรรมและปฏิบัติตามคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา


ที่มา : อัล อาลัม

Copyright © 2018 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 95 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0862804
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
231
772
3519
853893
16755
26088
862804

พฤ 22 ต.ค. 2020 :: 06:56:23