เมื่อคืนวันอาทิตย์ (8 มี.ค. 2569) ที่ผ่านมา สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านได้แต่งตั้งซัยยิดมุจญ์ตะบา คอเมเนอี วัย 56 ปี อย่างเป็นทางการ ให้เป็นผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านคนใหม่ และผู้นำสูงสุดคนที่สามของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซัยยิดมุจญ์ตะบา คอเมเนอี เป็นบุตรชายของ อยาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้พลีชีพ
สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านกล่าวในแถลงการณ์ ว่า "ด้วยคะแนนเสียงเด็ดขาด สมัชชาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านได้แต่งตั้งอยาตุลลอฮ์ ซัยยิดมุจญ์ตะบา ฮูซัยนี คอเมเนอี เป็นผู้นำคนที่สามของระบบศักดิ์สิทธิ์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน"
แถลงการณ์ที่ออกโดยสำนักเลขาธิการสมัชชาผู้เชี่ยวชาญ เริ่มต้นด้วยการวิงวอนในนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณายิ่ง และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอันสูงส่งและเสรี
สภาผู้เชี่ยวชาญกล่าวสดุดีเพื่อเป็นเกียรติแก่การพลีชีพของอยาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คอเมเนอี ผู้ซึ่งการขึ้นสู่สวรรค์ของท่านเป็นการสิ้นสุดยุคแห่งการนำที่ชาญฉลาดและมั่นคง อยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
แถลงการณ์ดังกล่าวยังเป็นการแสดงความเคารพต่อวีรชนผู้เสียสละท่านอื่น ๆ รวมถึงผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพ และนักเรียนผู้บริสุทธิ์ของโรงเรียนชัจรา ตัยยิบา ในเมืองมินาบ ซึ่งล้วนเป็นเหยื่อของการโจมตีอันโหดร้ายโดยอเมริกาและระบอบไซออนิสต์
แถลงการณ์ฉบับนี้ยกย่องสถาบันอันสูงส่งแห่งวิลายัต อัล-ฟากิฮ์ (การปกครองโดยนักนิติศาสตร์อิสลาม) ในช่วงที่อิมามแห่งยุค (ขออัลลอฮ์ทรงเร่งการปรากฏตัวของท่าน) เร้นกาย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสถาบันนี้ในระบบของสาธารณรัฐอิสลาม
เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 47 ปี แห่งการปกครองอันเป็นแบบอย่างของบรรดาอิมามแห่งการปฏิวัติ ซึ่งยึดมั่นในศักดิ์ศรี ความเป็นอิสระ และอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์
หลังจากศึกษาพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและการลงคะแนนเสียงอย่างเด็ดขาดโดยผู้แทนที่เคารพ โดยยึดมั่นในหน้าที่ทางศาสนาและความรับผิดชอบต่อพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ จึงได้แต่งตั้ง อยาตุลลอฮ์ ซัยยิดมุจญ์ตะบา ฮูซัยนี คอเมเนอี (ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครองท่าน) ให้เป็นผู้นำสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านคนใหม่
แถลงการณ์ฉบับนี้แสดงความขอบคุณต่อสมาชิกสภาชั่วคราวภายใต้มาตรา 111 สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านทั้งมวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นนำ ปัญญาชน นักวิชาการจากสถาบันสอนศาสนา และมหาวิทยาลัย จงให้คำมั่นสัญญาว่าจะจงรักภักดีต่อผู้นำชุดใหม่
กระตุ้นให้เกิดความเป็นเอกภาพภายใต้แกนของวิลายัต อัล-ฟากิฮ์ ซึ่งเป็นปราการป้องกันแผนการของมหาอำนาจที่หยิ่งยโส
โดยสรุปแล้ว แถลงการณ์ของสมัชชาผู้เชี่ยวชาญขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ให้ทรงประทานความเมตตาและความอนุเคราะห์อย่างต่อเนื่องแก่ประเทศและประชาชนผู้ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ประเทศอิหร่านและประชาชนผู้เข้มแข็ง พร้อมทั้งยืนยันว่า การปฏิวัติอิสลามยังคงเป็นพลังอันไม่ย่อท้อเพื่อความยุติธรรมและเอกราช
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่