สมาชิกอาวุโสของสภาที่ปรึกษาด้านความเหมาะสมของอิหร่านกล่าวว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป พร้อมเสริมว่า สหรัฐอเมริกาเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเพิ่มขึ้นของความไม่มั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันตก
มุห์ซีน เรซาอี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) ที่ผ่านมา ในระหว่างการปราศรัยต่อผู้เข้าร่วมพิธีศพหมู่ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน สำหรับพลเรือเอก อาลี ชามคานี เลขาธิการสภาป้องกันประเทศสูงสุด ซึ่งถูกลอบสังหารในการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
เขาย้ำว่า เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้จะยังคงปิดอยู่ และเรือรบของสหรัฐฯ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่น่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย
เขากล่าวว่า“การมีอยู่ของกองกำลังสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา เป็นไปไม่ได้ที่จะรับประกันความปลอดภัยในบริเวณนั้นได้ เว้นแต่สหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากภูมิภาค และประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะอิหร่านและโอมาน จะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ”
เจ้าหน้าที่ระดับสูงกล่าวว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะพิจารณายุติปฏิบัติการตอบโต้เมื่อได้รับค่าชดเชยอย่างเต็มที่สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล และได้รับการรับประกันที่แน่ชัดเกี่ยวกับอนาคตของความมั่นคง ซึ่งรวมถึงการถอนกำลังของสหรัฐฯ ออกจากอ่าวเปอร์เซียอย่างสมบูรณ์
เรซาอีเน้นย้ำว่า อิหร่านประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในด้านการเมือง การป้องกันประเทศ และเศรษฐกิจ โดยระบุว่า อิหร่านได้ทำลายความเชื่อเรื่องความไร้เทียมทานของสหรัฐอเมริกาไปแล้ว
เขากล่าวเสริมในมุมมองทางเศรษฐกิจว่า ชาวอเมริกันได้ตัดสินใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 44 ปี โดยปล่อยน้ำมันดิบ 170 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เพื่อลดราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
เขากล่าวว่า“แต่สถานการณ์นี้จะไม่ยั่งยืนนานเกินหนึ่งหรือสองสัปดาห์ เพราะราคาจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง”
สมาชิกสภาผู้ทรงคุณวุฒิเน้นย้ำว่า อิหร่านจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอนในด้านการป้องกันประเทศ
เรซาอีกล่าวว่า "ไม่มีใครคาดคิดว่า ประเทศอย่างอิหร่านจะสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับสหรัฐอเมริกาได้ เพราะสหรัฐอเมริกามีเทคโนโลยี เครื่องบิน ขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยที่สุด อนาคตเป็นของเรา และธงชาติอิหร่านจะถูกชักขึ้นสูง"
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่