ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นชาติอิหร่าน หลังจากที่สหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาคประสบความพ่ายแพ้อย่างยับเยินต่อกองกำลังอิหร่านในสงครามที่กำลังดำเนินอยู่
ในโพสต์บนเว็บไซต์ Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่านว่าเป็น “ประเทศที่บ้าคลั่ง” เนื่องจากความแน่วแน่และการต่อต้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อผู้รุกราน ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอล
ทรัมป์ เขียนในโพสต์ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดบนเว็บไซต์ Truth Social เมื่อเช้าตรู่“ประเทศสมาชิกนาโต้ไม่ได้ทำอะไรเลยเพื่อช่วยเหลืออิหร่าน ประเทศที่บ้าคลั่ง ซึ่งตอนนี้ถูกทำลายทางทหารไปเกือบหมดแล้ว”
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อพันธมิตรทางทหารนาโต้ของชาติตะวันตก ที่ล้มเหลวในการเข้าร่วมการรุกรานอิหร่านที่นำโดยสหรัฐฯ
เขาเขียนว่า “สหรัฐอเมริกาไม่ต้องการอะไรจากนาโต้ แต่ ‘อย่าลืม’ ช่วงเวลาสำคัญนี้เด็ดขาด!”
นักวิจารณ์ต่างแสดงความประหลาดใจว่า ทำไมทรัมป์ ผู้มีอารมณ์แปรปรวนจึงแสวงหาความช่วยเหลือจากพันธมิตรตะวันตก หากโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านถูก "ทำลายล้าง" และกองกำลังติดอาวุธ "อ่อนแอลง" อย่างแท้จริง ตามที่เขากล่าวอ้างหลังจากการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอล
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ทรัมป์ เผชิญกับทางตันและมีรายงานว่า กำลังมองหาทางออกจากการรุกรานอิหร่าน
การที่ทรัมป์แสดงท่าทีก้าวร้าวต่ออิหร่านนั้นได้รับความนิยมลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก
โจ เคนต์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ กล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า “อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาต่อสหรัฐฯ” และ “กลุ่มล็อบบี้อิสราเอลที่มีอิทธิพลได้บีบบังคับ” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้เปิดฉากสงครามกับอิหร่าน
เคนต์ระบุว่า เขา "ไม่สามารถสนับสนุนการส่งคนรุ่นต่อไปไปต่อสู้และเสียชีวิตในสงครามที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ แก่ประชาชนชาวอเมริกัน และไม่คุ้มค่ากับชีวิตของชาวอเมริกันที่ต้องสูญเสียไป" ดังที่เขาเขียนไว้ในจดหมายลาออกของเขา
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยไม่มีเหตุผล โดยมุ่งเป้าไปที่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่พลเรือน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และสนามกีฬา
การโจมตีที่ประสานงานกันนี้เกิดขึ้นในขณะที่การเจรจายังดำเนินอยู่ และได้รับการสนับสนุนโดยนัยหรือโดยชัดแจ้งจากหลายประเทศ
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายภายในอิสราเอล รวมถึงฐานทัพอเมริกันทั่วภูมิภาค
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยืนยันว่า การโจมตีโดยเจตนาใด ๆ จากสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลอิสราเอลต่อสถานที่พลเรือนและมรดกทางวัฒนธรรมของอิหร่าน ถือเป็นการ “ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและเป็นอาชญากรรมสงครามอย่างไม่ต้องสงสัย”
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติได้ประณามอย่างรุนแรงต่อสงครามรุกรานอิหร่านที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังทำอยู่ โดยระบุว่า เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
การระเบิดอารมณ์ครั้งล่าสุดของทรัมป์สะท้อนให้เห็นถึงความคับข้องใจและความสิ้นหวังที่เพิ่มมากขึ้นในวอชิงตัน เนื่องจากความต้านทานของอิหร่านยังคงสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ผู้รุกราน ทั้งในด้านการทหารและเศรษฐกิจ
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่