กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศว่า ปฏิบัติการ ‘True Promise 4’ ระลอกล่าสุดได้โจมตีพื้นที่ส่วนกลางของดินแดนที่ถูกยึดครองด้วยขีปนาวุธนำวิถีหนักและแม่นยำ ปฏิบัติการขีปนาวุธอันทรงพลังนี้ได้สร้าง “วงล้อมแห่งไฟ” ที่ทอดยาวจากในเขตเทลอาวีฟ ทำให้ชีวิตของชาวอิสราเอลในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังด้วยเสียงไซเรนอย่างต่อเนื่อง
IRGC กล่าวเมื่อวันพุธ (1 เม.ย.) ว่า ใจกลางและพื้นที่ส่วนกลางของดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองได้รับความเสียหายอย่างหนักในระหว่างปฏิบัติการ True Promise 4 ระลอกที่ 89
ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวใช้ขีปนาวุธ กออิม (Qiam) และ อิมาด (Emad) ที่นำวิถีหนักและแม่นยำ รวมถึงขีปนาวุธ กอดริ์ (Qadr) ที่มีหลายหัวรบ
IRGC กล่าวเสริมว่า ปฏิบัติการขีปนาวุธอันทรงพลังนี้ได้สร้าง “วงล้อมแห่งไฟ” ที่ทอดยาวจาก รามัตกันเมืองในเขตเทลอาวีฟ ไปยังเมืองโฮโลน,ปาลมาคิม และ เบเน เบรักทางตะวันออกของ เทลอาวีฟ ทำให้ชีวิตของชาวอิสราเอลในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังด้วยเสียงไซเรนอย่างต่อเนื่อง
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ชาวอิสราเอลติดอยู่บนท้องถนนขณะกำลังวิ่งหาที่หลบภัย โดยผู้คนจำนวนมากประสบปัญหาในการเข้าไป และต้องติดอยู่ในบังเกอร์ใต้ดินเป็นเวลานาน แถลงการณ์บรรยายสถานการณ์นี้ว่า เป็น “ของขวัญวันหยุดที่ดีที่สุด” ที่เบนจามิน เนทันยาฮู และโดนัลด์ ทรัมป์ มอบให้แก่พลเมืองอิสราเอลในวันก่อนเทศกาลปัสคา (เป็นการเฉลิมฉลอง การอพยพ การได้รับอิสรภาพจาก การเป็นทาส ของชาวอิสราเอล จาก อียิปต์โบราณ)
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวเสริมว่า ปฏิบัติการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทั่วดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ยังคงดำเนินอยู่ และกล่าวว่า คลังแสงที่ยังไม่ได้ใช้งานจะทยอยนำมาใช้ในอีกไม่กี่วันและเดือนข้างหน้า
สหรัฐฯ และรัฐบาลอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่โดยไม่มีการยั่วยุใด ๆ ต่ออิหร่าน หลังจากการลอบสังหารผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านพร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือนอีกหลายคน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
การโจมตีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางอากาศอย่างครอบคลุมทั้งในสถานที่ทางทหารและพลเรือนทั่วอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง
เพื่อตอบโต้ กองทัพอิหร่านได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในดินแดนที่ถูกยึดครอง รวมถึงฐานทัพในภูมิภาค ด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมาก
ที่มา : สำนักข่าว ตัสนีม
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่