จีนประณามการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ว่า “อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ”
จีนประณามการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ว่า “อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ”

จีนประณามการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ว่า “อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ” หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่า จะจมเรือใด ๆ ที่พยายามออกจากหรือเทียบท่าที่นั่น

    กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวในการแถลงข่าวที่ปักกิ่งเมื่อวันอังคาร (14เม.ย.) ว่า “สหรัฐฯ เพิ่มปฏิบัติการทางทหารและดำเนินการปิดล้อมอย่างเจาะจง ซึ่งจะยิ่งทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้นและบ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว และเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการผ่านช่องแคบ [ฮอร์มุซ] มากยิ่งขึ้น”

    กัว เจียคุน กล่าวเสริมว่า “นี่เป็นพฤติกรรมที่อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ”

    จีนยังให้คำมั่นว่า จะใช้ “มาตรการตอบโต้” ต่อคำขู่ของทรัมป์ที่จะเรียกเก็บภาษีใหม่กับสินค้าจีนที่เข้าสู่สหรัฐฯ หากปักกิ่งให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิหร่าน ในช่วงสงครามรุกรานสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

    กัว เจียคุน กล่าวว่า “หากสหรัฐฯ ยังคงยืนกรานที่จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากจีน จีนก็จะตอบโต้ด้วยมาตรการเด็ดขาดอย่างแน่นอน”

    นักการทูตอาวุโสของจีนกล่าวเพิ่มเติมว่า รายงานที่ว่า จีนจัดหาอาวุธให้กับอิหร่านนั้น “เป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด”

    เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เริ่มสงครามขนาดใหญ่และไร้เหตุผลกับอิหร่าน โดยได้ลอบสังหารผู้นำการปฏิวัติอิสลามอิหร่านและผู้บัญชาการทหารระดับสูงหลายคน

    เพื่อตอบโต้ กองทัพอิหร่านได้ทำการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่เป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นเวลากว่า 40 วัน ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมาก

    มีการเจรจาหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อวันที่ 8 เมษายน ตามมาด้วยการเจรจาในกรุงอิสลามาบัด ซึ่งอิหร่านได้เสนอแผนสิบข้อเพื่อขอให้ถอนทหารสหรัฐฯ และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

    แม้จะมีการเจรจาอย่างเข้มข้นนานถึง 21 ชั่วโมง การเจรจาก็ยุติลงโดยไม่มีข้อตกลง โดยอิหร่านอ้างว่าขาดความเชื่อมั่นในคำมั่นสัญญาของสหรัฐฯ

    ต่อมาทรัมป์ประกาศปิดล้อมทางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นเรือที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า การปิดล้อมจะเริ่มในวันจันทร์ (13 เม.ย.) เวลา 14:00 GMT ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก


ที่มา :  สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 72 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30116576
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2521
8874
35344
30030080
24711
228994
30116576

พฤ 04 มิ.ย. 2026 :: 06:38:42