อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า ประชาชนอิหร่านได้ยืนหยัดอย่าง “มั่นคงและภาคภูมิใจ” ต่อต้านความรุนแรงอันน่าสยดสยอง และจะไม่ยอมจำนนต่อเจตจำนงและความปรารถนาของมหาอำนาจจักรวรรดินิยมสหรัฐฯ ซึ่ง “กำลังเสื่อมถอย”
อารัคชี กล่าวในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมของคณะรัฐมนตรีต่างประเทศ ประเทศสมาชิก BRICS ในกรุงนิวเดลี เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งจัดโดยสุบราห์มานยัม ไจชานการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ซึ่งจัดเป็นเวลาสองวัน
อารัคชี กล่าวว่า “มันเป็นความจริงที่เปราะบาง อำนาจจักรวรรดิที่กำลังเสื่อมถอยต้องการย้อนเวลากลับไป และกำลังต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดกำลังในขณะที่กำลังล่มสลาย”
เขากล่าวเสริมว่า “เป็นที่ชัดเจนว่า อิหร่านเป็นประเทศที่ไม่แตกแยก และจะยิ่งแข็งแกร่งและเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน ในขณะที่เราพร้อมที่จะต่อสู้ด้วยทุกสิ่งที่เรามีเพื่อปกป้องเสรีภาพและแผ่นดินของเรา เราก็พร้อมที่จะแสวงหาและปกป้องการเจรจาทางการทูตเช่นกัน”
เขากล่าวว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้กระทำการรุกรานอิหร่านอย่างโหดร้าย ผิดกฎหมาย และไม่เป็นธรรมถึงสองครั้งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยอ้างข้อมูลเท็จที่ขัดแย้งกับการประเมินอย่างรอบด้านขององค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ และแม้กระทั่งหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เอง
เขากล่าวเน้นว่า เช่นเดียวกับประเทศเอกราชอื่น ๆ อีกมากมาย อิหร่านตกเป็นเหยื่อของการขยายอำนาจและการยุยงให้เกิดสงครามอย่างผิดกฎหมาย
อารัคชีกล่าวว่า “ผู้ที่แสวงหาการรุกรานที่ไร้ความรับผิดชอบ อาจเชื่อว่า มันจะช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของตน แต่ดังที่ประชาคมและรัฐบาลทั่วโลกตระหนักและเข้าใจในปัจจุบัน ความไม่มั่นคงในภูมิภาคเป็นเรื่องที่ไม่มีใครได้ประโยชน์เลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่รุกรานหรือฝ่ายที่ก่อความไม่สงบ”
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเสริมว่า ผู้นำของดินแดนอิหร่านอันเก่าแก่ได้ยืนหยัดอย่างกล้าหาญเคียงข้างประชาชนของตนในการแสวงหาความยุติธรรม เอกราช และการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดน โดยเสียสละชีวิตเพื่ออุดมการณ์ทางประวัติศาสตร์และชาติ
เขากล่าวว่า กองทัพอิหร่าน บุคลากรทางการแพทย์ ครู และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ไม่เคยเอาความปลอดภัยของตนเองสำคัญกว่าการช่วยชีวิตผู้ที่ตนมีหน้าที่ต้องปกป้อง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติยศในแนวหน้าของมนุษยชาติ
อารัคชีกล่าวเน้นย้ำว่า แม้จะเผชิญกับแรงกดดันต่าง ๆ ชาติอิหร่านยังคงเชื่อมั่นในโลกที่เสรี มั่นคง และยุติธรรม และปฏิเสธการแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางทหารสำหรับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
นักการทูตระดับสูงกล่าวว่า “พวกเราชาวอิหร่านไม่เคยยอมจำนนต่อแรงกดดันหรือภัยคุกคามใด ๆ แต่เราตอบแทนด้วยความเคารพ แม้ว่ากองกำลังติดอาวุธอันทรงพลังของเราพร้อมที่จะตอบโต้ผู้รุกรานจากต่างชาติอย่างรุนแรง แต่ประชาชนของเรา รักสันติและไม่แสวงหาสงคราม เราไม่ใช่ผู้รุกรานในสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ แต่เป็นผู้ถูกกระทำ”
เขากล่าวว่า กลุ่ม BRICS เป็นสัญลักษณ์ของการเกิดขึ้นของระเบียบโลกใหม่ที่ประเทศในซีกโลกใต้ เป็นผู้กำหนดอนาคตของโลกเป็นหลัก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับกลุ่มประเทศ BRICS+ เพราะ “การต่อสู้ที่อิหร่านได้ต่อสู้มานั้นเป็นการปกป้องพวกเราทุกคน เพื่อโลกใหม่ที่เรากำลังสร้างร่วมกัน”
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านชื่นชมการสนับสนุนและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประเทศ BRICS กับอิหร่าน ในการต่อสู้กับการครอบงำของชาติตะวันตก และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มความร่วมมือเพื่อยุติความรู้สึกว่าตนเองไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ที่สหรัฐฯ เชื่อว่า ตนมีสิทธิ์ได้รับ ซึ่งไม่มีที่ยืนในโลกปัจจุบัน
เขากล่าวว่า การต่อต้านการข่มขู่ของสหรัฐฯ ของอิหร่านไม่ใช่การต่อสู้ที่ไม่คุ้นเคย เพราะหลายประเทศเคยเผชิญกับการบีบบังคับที่น่ารังเกียจในรูปแบบต่างๆ มาแล้ว และเสริมว่า “ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้ชัดเจนว่า การกระทำเหล่านั้นควรอยู่ในถังขยะแห่งประวัติศาสตร์”
เขายังชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศ BRICS และเตือนถึงความท้าทายร่วมกันและอันตรายที่เกิดขึ้นกับประเทศเหล่านั้น
อารัคชีกล่าวว่า “ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า จักรวรรดิที่กำลังเสื่อมถอยจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของตน สัตว์ที่บาดเจ็บจะตะเกียกตะกายและคำรามอย่างสิ้นหวังขณะที่มันกำลังร่วงหล่นลงมา”
เขากล่าวเสริมว่า อาชญากรรมต่าง ๆ เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันน่าสยดสยอง การละเมิดอธิปไตยของชาติอย่างร้ายแรง และการปล้นสะดมทางทะเลอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งประเทศตะวันตกนิ่งเฉย จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความรู้สึกว่าผู้กระทำผิดไม่ต้องรับผิดชอบ
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านย้ำว่า “ความรู้สึกผิด ๆ เกี่ยวกับสิทธิพิเศษนั้น จะต้องถูกทำลายลงโดยพวกเราทุกคน”
อารัคชี เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก BRICS และสมาชิกที่รับผิดชอบทั้งหมดของประชาคมระหว่างประเทศ ประณามการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลอย่างชัดเจน รวมถึงการรุกรานอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย ป้องกันการแทรกแซงทางการเมืองในสถาบันระหว่างประเทศ และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อหยุดยั้งการยุยงให้เกิดสงครามและยุติการไม่ต้องรับผิดชอบของผู้ที่ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ
” เขากล่าวเน้นย้ำว่า “เราเชื่อว่า กลุ่ม BRICS สามารถและต้องเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญในการสร้างระเบียบโลกที่ยุติธรรม สมดุล และมีมนุษยธรรมมากขึ้น ระเบียบที่อำนาจไม่สามารถตัดสินความถูกต้องได้ ประเทศที่ยืนหยัดเพื่อศักดิ์ศรีและเอกราชของตนอาจเผชิญกับความยากลำบาก แต่จะไม่มีวันพ่ายแพ้
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่