หนังสือพิมพ์ออนไลน์ Rai al-Youm อธิบายถึงผลที่ตามมาประการหนึ่งจากการคำนวณผิดพลาดของสหรัฐฯ ในสงครามต่ออิหร่านว่า คือ การกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมอสโกและปักกิ่งควบคู่ไปกับเตหะราน
ตามรายงานของ Pars Today – หนังสือพิมพ์ออนไลน์ Rai al-Youm ระบุว่า ผลที่ตามมาประการหนึ่งจากการประเมินผิดพลาดของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน คือ การกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมอสโกและปักกิ่งควบคู่ไปกับเตหะราน
บทความระบุว่า ในการวิเคราะห์เชิงลึกระดับนานาชาติและระดับภูมิภาคเกี่ยวกับผลกระทบระดับโลกของสงครามกับอิหร่านต่อสหรัฐอเมริกา หนังสือพิมพ์ออนไลน์ Rai al-Youm ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในลอนดอน ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านกำลังผลักดันให้มอสโกและปักกิ่งเข้าสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
บทความเขียนต่อไปว่า ทั้งรัสเซียและจีนต่างตระหนักว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงอิหร่านเท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับอนาคตของดุลอำนาจโลก สำหรับรัสเซียแล้ว ความพยายามใด ๆ ที่จะทำให้อิหร่านอ่อนแอลงอย่างมีประสิทธิภาพหมายถึงการลดทอนอิทธิพลต่อต้านตะวันตกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของมอสโกในยูเรเซียและภูมิภาคนี้
สำหรับจีนแล้ว การบั่นทอนเสถียรภาพของอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงด้านพลังงานของจีน เส้นทางของโครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และเสถียรภาพของอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งปักกิ่งพึ่งพาทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์อยู่
ด้วยเหตุนี้ การเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย จึงดูเหมือนเป็นการพยายามประสานงานเพื่อตอบโต้ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
มอสโกเข้าใจว่า วอชิงตัน ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมของอเมริกาในการฟื้นฟูอำนาจเหนือกว่าของชาติตะวันตกเหนือระบบระหว่างประเทศ พยายามจัดลำดับความสำคัญระดับโลกใหม่โดยการจำกัดจีนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ลดทอนอำนาจรัสเซียในยุโรป และปิดล้อมอิหร่านในภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของวอชิงตัน สงครามกับอิหร่านกลับให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม แทนที่จะทำลายพันธมิตรระหว่างรัสเซีย จีน และอิหร่าน แรงกดดันเหล่านี้กลับผลักดันให้ทั้งสามฝ่ายเข้าใกล้กันมากขึ้น
เมื่อแรงกดดันจากชาติตะวันตกทวีความรุนแรงขึ้น มอสโกและปักกิ่งก็ยิ่งเชื่อมั่นมากขึ้นว่าความขัดแย้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของประเด็นเฉพาะเจาะจงอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของอนาคตของโลกหลายขั้วที่กำลังเผชิญหน้ากับระเบียบโลกขั้วเดียวที่นำโดยสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น
มอสโกและปักกิ่งไม่ได้มองความร่วมมือของพวกเขาในฐานะพันธมิตรทางยุทธวิธีชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ หลังจากการคว่ำบาตรของชาตะวันตก รัสเซียต้องการจีนในด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ในขณะที่จีนพึ่งพารัสเซียในฐานะแหล่งพลังงานและพันธมิตรทางภูมิศาสตร์การเมืองและการทหารที่สามารถถ่วงดุลอิทธิพลของสหรัฐฯ ได้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ทั้งปักกิ่งและมอสโกต่างเชื่อกันว่า ชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตร สถาบันระหว่างประเทศ พันธมิตรทางทหาร และแม้กระทั่งประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนดุลอำนาจโลกเพื่อรักษาอำนาจเหนือกว่าของสหรัฐฯ
ใจกลางของสมการนี้คือ อิหร่านได้กลายเป็นจุดตัดทางยุทธศาสตร์ระหว่างมอสโกและปักกิ่ง รัสเซียมองว่าเตหะรานเป็นแนวป้องกันขั้นสูงต่ออิทธิพลของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ขณะที่จีนมองว่าอิหร่านเป็นประตูสำคัญสำหรับเส้นทางพลังงานและการค้าไปยังเอเชียกลางและภูมิภาคโดยรวม
ที่มา : สำนักข่าว Pars Today
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่