กลุ่มฮามาสประณามมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป โดยตำหนิกลุ่มดังกล่าวว่า "เพิกเฉย" ต่อการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของอิสราเอล ขณะที่มุ่งเป้าโจมตีกลุ่มและผู้นำฝ่ายต่อต้านของปาเลสไตน์
วันเสาร์ ( 30 พ.ค.) กลุ่มต่อต้านในฉนวนกาซาออกแถลงการณ์ ว่า “เราขอประณามการตัดสินใจของสภาสหภาพยุโรปที่ขยายขอบเขตการคว่ำบาตรต่อกลุ่มฮามาสและกลุ่มอิสลามีญิฮาด และการรวมผู้นำทางการเมืองจำนวนหนึ่งของกลุ่มต่อต้านไว้ในรายชื่อ”
กลุ่มฮามาสกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการคว่ำบาตรนั้น ไม่ยุติธรรมและลำเอียงเข้าข้างฝ่ายผู้ยึดครองอย่างสิ้นเชิง สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายสองมาตรฐานในการจัดการกับปัญหาของชาวปาเลสไตน์
แถลงการณ์ระบุว่า “การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ [อิสราเอล] ยังคงก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อดอยาก และบังคับให้ประชาชนของเราพลัดถิ่น และละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ในขณะที่สหภาพยุโรปเพิกเฉยต่อการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ปรากฏชัดเหล่านี้ และเลือกที่จะลงโทษผู้นำทางการเมืองที่ปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนของตน”
กลุ่มดังกล่าวเน้นย้ำว่า “ความพยายามที่จะทำให้การต่อต้านของชาวปาเลสไตน์เป็นอาชญากรรมจะไม่เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่า ประชาชนของเราอยู่ภายใต้การยึดครอง และการต่อต้านของพวกเขาเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมายและบรรทัดฐานด้านมนุษยธรรมทั้งหมด”
กลุ่มฮามาส ระบุว่า การกำหนดเป้าหมายไปที่ผู้นำทางการเมืองเป็นการยืนยันว่า มาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้แรงกดดันจากการยึดครอง และไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานความยุติธรรม
ขบวนการดังกล่าวเรียกร้องให้สหภาพยุโรปทบทวนนโยบายที่ไม่เป็นธรรม ยุติการให้การสนับสนุนทางการเมืองแก่อิสราเอล และดำเนินการเพื่อตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้นำแทนที่จะดำเนินคดีกับเหยื่อ
กลุ่มดังกล่าวแถลงว่า “เรายืนยันว่า มาตรการเหล่านี้จะไม่บั่นทอนเจตจำนงของประชาชนชาวปาเลสไตน์หรือความมุ่งมั่นของพวกเขาต่อสิทธิแห่งชาติอันชอบธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสรีภาพ การกำหนดชะตากรรมตนเอง การยุติการยึดครอง และการสถาปนารัฐปาเลสไตน์โดยมีกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวง”
ในวันศุกร์ (30 พ.ค.) สหภาพยุโรปแถลงว่า ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อสมาชิก 10 คน ของคณะผู้นำทางการเมืองระดับสูงของกลุ่มฮามาส โดยกำหนดให้มีการห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์สิน ห้ามมิให้มีการส่งมอบเงินทุนหรือทรัพยากรทางเศรษฐกิจใด ๆ ให้แก่บุคคลเหล่านั้นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2023 อิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 72,000 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 172,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก
สงครามของอิสราเอลยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของฉนวนกาซาอย่างหนัก ทำลายโรงพยาบาล โรงเรียน สถานกีฬา โรงไฟฟ้า ระบบประปา และชุมชนที่อยู่อาศัยทั่วดินแดนที่ถูกปิดล้อม
การทำลายล้างอย่างกว้างขวางและการปิดล้อมอย่างต่อเนื่องได้ทำให้ประชากรจำนวนมากในฉนวนกาซาต้องพลัดถิ่น ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์ติดอยู่ในดินแดนที่ถูกปิดล้อมและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เข้ามาในปริมาณจำกัดเป็นอย่างมาก
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่