รัฐมนตรีต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี อิสฮัก ดาร์ ปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการที่อิสลามาบัดจะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเทลอาวีฟผ่านกรอบความร่วมมือที่เรียกว่า "ข้อตกลงอับราฮัม" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ
ปากีสถานได้ออกมาปฏิเสธข้อสงสัยเกี่ยวกับจุดยืนของตนต่ออิสราเอล โดยยืนยันว่า การสนับสนุนรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
อิสลามาบัดปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อการคาดการณ์เกี่ยวกับการเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮิม หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มเพื่อสันติภาพในภูมิภาคที่กว้างขึ้น
อิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีแห่งปากีสถาน กล่าวว่า มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า ปากีสถานได้รับแจ้งให้เข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม...
ดังนั้น ผมขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า นโยบายที่สอดคล้องกันของอิสลามาบัด คือ ปากีสถานจะคงอยู่ต่อไปจนกว่าปาเลสไตน์จะได้รับการยอมรับ จนกว่าปาเลสไตน์จะได้รับการสถาปนาขึ้นบนพรมแดนก่อนปี ค.ศ. 1967 โดยมีอัลกุดส์ (กรุงเยรูซาเล็ม) เป็นเมืองหลวง
คือนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลปากีสถาน ซึ่งรัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ข้อตกลงอับราฮัมเป็นข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและรัฐอาหรับหลายประเทศ
นักวิจารณ์โต้แย้งว่ากระบวนการนี้ละเลยประเด็นปาเลสไตน์ โดยส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ปกติก่อนการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ
คำกล่าวของทรัมป์ ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงทั่วประเทศปากีสถาน โดยพรรคการเมืองหลัก องค์กรศาสนา และกลุ่มภาคประชาสังคมต่างกล่าวหาว่า วอชิงตันกดดันประเทศมุสลิมให้ยอมรับอิสราเอลโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของชาวปาเลสไตน์
นัสรุลลอฮ์ รันดวา ผู้นำกลุ่ม ญะมาอัต อิสลามมี ปากีสถาน กล่าวว่า “อิสราเอลเป็นรัฐที่ผิดกฎหมาย ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้งและก่ออาชญากรรมสงครามในปาเลสไตน์ เลบานอน และอิหร่าน พวกเขาฆ่าเด็กผู้บริสุทธิ์ในฉนวนกาซา เลบานอน และมินาบในอิหร่าน แต่กลับไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ
อิสราเอลไม่เคยปฏิบัติตามคำสัญญาหรือข้อตกลงใด ๆ และยังคงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
การดำรงอยู่ของอิสราเอลนั้น เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการยึดครอง ดังนั้น ความพยายามของสหรัฐฯ ในการรับรองอิสราเอลจึงไม่มีวันเป็นจริงได้”
ลาติฟ โคซา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปากีสถาน กล่าวว่า “ผู้นำทางการเมืองและสมาชิกสภาจากทุกฝ่ายต่างโต้แย้งว่า ความพยายามในการสร้างความสัมพันธ์ปกติจะไม่ประสบความสำเร็จตราบใดที่ปัญหาปาเลสไตน์ยังไม่ได้รับการแก้ไข และฉนวนกาซายังคงเผชิญกับการยึดครองและการรุกรานของอิสราเอล
อิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมสงครามมากมาย ไม่เพียงแต่ในฉนวนกาซาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในเลบานอนและอิหร่านด้วย
พวกเขาได้สังหารผู้บริสุทธิ์หลายหมื่นคน ทั้งชาย หญิง และเด็ก ในฉนวนกาซาและเลบานอน และเมื่อเร็ว ๆ นี้พวกเขายังได้ทิ้งระเบิดใส่เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองมินาบ ประเทศอิหร่านด้วย
ดังนั้น อิสราเอลจึงได้ก่ออาชญากรรมสงครามอย่างร้ายแรง และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลถูกกล่าวหาว่า เป็นพวกหัวรุนแรงที่สนับสนุนสงคราม
ดังนั้น ประเทศมุสลิมจะยอมรับอิสราเอลได้อย่างไร ? มันเป็นไปไม่ได้”
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า สันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรม ซึ่งรับประกันสถานะรัฐของปาเลสไตน์เท่านั้น
พวกเขาโต้แย้งว่า การเรียกร้องให้มีการปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติไม่ควรบดบังความกังวลเกี่ยวกับความทุกข์ทรมานของพลเรือนในฉนวนกาซา และประเด็นที่กว้างกว่านั้นคือ สิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของชาวปาเลสไตน์
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่