กองทัพอิหร่านกล่าวว่า ฝ่ายศัตรูถูกบีบให้ยอมรับกฎใหม่ที่เตหะรานกำหนดในสนามรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการบริหารจัดการและควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างชาญฉลาด ในขณะที่ประเทศกำลังรำลึกถึงวันครบรอบการจากไปของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) และการลุกฮือต่อต้านชาห์ในปี ค.ศ.1963
แถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวอิหร่านในวันพุธ (3 มิ.ย.) ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านกล่าวว่า ชาติและกองทัพอิหร่านได้สร้างความเป็นจริงใหม่ในสนามรบ ซึ่งวอชิงตันและพันธมิตรต้องยอมรับในขณะนี้
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า "ศัตรูถูกบีบให้ยอมรับกฎใหม่ที่ชาติอิหร่านและกองทัพอิหร่านได้กำหนดขึ้นในสนามรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารจัดการและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างชาญฉลาด"
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่อิหร่านเผชิญกับการต่อต้านทางทหารอย่างต่อเนื่องจากสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านและหอส่งสัญญาณโทรคมนาคมบนเกาะเกชมเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ตลอดจนการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรือของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
กองบัญชาการทหารสูงสุดและกองบัญชาการกลางคอตัม อัล-อันบิยา (ซ็อลฯ) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน โดยให้คำมั่นว่า จะต่อต้านต่อไปจนกว่าจะ "ทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง" แผนการสมคบคิดของมหาอำนาจที่หยิ่งยโส ขับไล่กองกำลังต่างชาติออกจากเอเชียตะวันตก และปลดปล่อยอัล-กุดส์ ผ่านการทำลายล้างระบอบอิสราเอล
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า "การปรากฏตัวของประชาชนบนท้องถนนยังคงเป็นแกนหลักของสนามรบ เป็นป้อมปราการของการเจรจาทางการทูต และเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุชัยชนะอย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด" โดยอ้างถึงการชุมนุมต่อเนื่องกว่า 90 คืน ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้นำและกองกำลังติดอาวุธของอิหร่าน
แถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ในวันครบรอบการจากไปของอิมาม โคมัยนี (ร.ฮ.) บิดาแห่งการปฏิวัติอิสลาม และการลุกฮือเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ.1963 ต่อต้านราชวงศ์ปาห์ลาวีเดิม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นหลังจากการจับกุมอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.)
การรำลึกครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังไว้อาลัยต่อการเสียสละชีพ ของ(ชะฮีด)อยาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คอเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ซึ่งถูกลอบสังหารระหว่างการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวเพิ่มเติมว่า "ประชาชาติอิหร่านจะไม่ถอยหนีเมื่อเผชิญกับภัยคุกคามและการรุกราน แต่จะเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางแห่งเกียรติยศ ด้วยความสามัคคีและศรัทธายิ่งกว่าเดิม"
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังอ้างถึงการเสียชีวิตของเด็ก 168 คน ที่โรงเรียนมินาบว่า เป็นหนึ่งในอาชญากรรมหลายร้อยอย่างที่สหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอลก่อขึ้น โดยระบุว่าการยุยงให้เกิดสงครามเมื่อเร็ว ๆ นี้ ของวอชิงตันและเทลอาวีฟ ได้เปิดเผยให้เห็นถึงโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้อ้างสิทธิมนุษยชนจอมปลอมต่อโลก
กองบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า ศัตรูชาวอเมริกันและไซออนิสต์จะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมจำนนต่อหน้าเจตจำนงอันศักดิ์สิทธิ์ของกองกำลังติดอาวุธและประชาชนแห่งอิหร่าน"
ในแถลงการณ์ที่แยกต่างหาก กองทัพสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกล่าวว่า คำสอนของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) และผู้นำผู้พลีชีพเป็นเสมือนแสงสว่างนำทางแก่ประชาชาติอิหร่าน
กองทัพอิหร่านให้คำมั่นว่า จะไม่ละเลยความพยายามในการปกป้องอุดมการณ์ของการปฏิวัติและจะยืนหยัดต่อต้านศัตรูต่าง ๆ ที่พยายามทำร้ายประเทศแม้แต่น้อย
กองทัพอิหร่านระบุว่า การรำลึกในปีนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศกำลังไว้อาลัยต่อการเสียสละชีพของอยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี ซึ่งทางกองทัพกล่าวว่า ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องเกียรติยศของชาติและสิทธิของอิหร่าน
กองทัพอิหร่านกล่าวเพิ่มเติมว่า ความผูกพันอันลึกซึ้ง ระหว่างแนวคิดทางการเมืองและทางปรัชญาของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) กับมรดกของผู้นำผู้พลีชีพ จะเป็นสมบัติล้ำค่าที่ยั่งยืนสำหรับประเทศชาติในการเผชิญกับความท้าทายในอนาคต
กองบัญชาการทหารสูงสุดระบุว่า กองทัพภายใต้การนำของผู้บัญชาการสูงสุด อยาตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจญ์ตาบา คอเมเนอี จะปกป้องอุดมการณ์ของการปฏิวัติอิสลามและความมั่นคงของชาติตราบจนชีวิตจะหาไม่
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า "ศัตรูชาวอเมริกันและไซออนิสต์จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนนต่อเจตจำนงอันศักดิ์สิทธิ์ของกองกำลังติดอาวุธและประชาชนผู้ตื่นตัวและเฝ้าระวัง"
กองทัพอิหร่านยังเน้นย้ำถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อต้านการครอบงำของชาติอิหร่าน โดยระบุว่าจิตวิญญาณนี้ ยังคงเป็นหนึ่ง ในเสาหลักแห่งอำนาจของสาธารณรัฐอิสลามมานานกว่าสี่ทศวรรษ
ข้อความดังกล่าวระบุว่า ในวันนี้ ประเทศชาติอันภาคภูมิใจ กองกำลังติดอาวุธผู้กล้าหาญ และกองทัพผู้มุ่งมั่น ยืนหยัดต่อสู้กับศัตรู และแผนการสมคบคิดของพวกมัน ภายใต้การนำของจอมทัพสูงสุด
กองทัพยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นเอกภาพของชาติ เสริมสร้างอำนาจของชาติ และต่อต้านข้อเรียกร้องที่เกินเลยของศัตรูที่สังหารเด็ก พร้อมทั้งให้ความมั่นใจแก่ประชาชนชาวอิหร่านว่าจะปกป้องเอกราช ความมั่นคง และบูรณภาพดินแดนของประเทศ
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่