รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเปิดเผยว่า การปกป้องความถูกต้อง สิทธิ์ และผลประโยชน์ของประชาชาติอิหร่าน คือภารกิจหลักในการเดินทางเยือนนิวยอร์กของคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA)
ซัยยิด อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า เป้าหมายสูงสุดของคณะผู้แทนอิหร่านในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปีนี้ คือการใช้เวทีโลกเพื่อปกป้องความถูกต้อง สิทธิ์ และผลประโยชน์ของประชาชาติอิหร่าน ภายหลังจากเผชิญกับสงครามรุกรานอันขี้ขลาดโดยสหรัฐอเมริกาและระบอบไซโอนิสต์
ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่นครนิวยอร์กเมื่อคืนวันจันทร์ (21 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการเดินทางเยือนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 81 นายอารัคชี เปิดเผยว่า การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังสงครามดังกล่าวและสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ตามมา “ท่ามกลางสถานการณ์ที่หากพูดกันตามความจริงแล้ว ก็ยังคงมีสถานะเป็นภาวะสงครามอย่างต่อเนื่อง
นายอารัคชีกล่าวว่า วัตถุประสงค์เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเรา คือการปรากฏตัวบนเวทีระดับสากลที่สำคัญ เพื่อปกป้องความถูกต้อง สิทธิ์ และผลประโยชน์ของประชาชนชาวอิหร่าน"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า สหประชาชาติเปรียบเสมือนเวทีระดับสากลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนประเด็นที่ว่า องค์กรแห่งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ในด้านสันติภาพ ความมั่นคง และความยุติธรรมหรือไม่นั้น เขากล่าวว่า เป็นคนละประเด็นกัน สิ่งสำคัญสำหรับรัฐบาลเตหะรานคือ การที่สหประชาชาติยังคงเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ มีเวที (กระบอกเสียง) ในการแสดงจุดยืนของตนเองให้โลกได้รับรู้
ประเด็นที่สองนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา" นายอารัคชีกล่าว "ในทุก ๆ ปี เราได้ใช้โอกาสนี้ในการแถลงจุดยืนอันชอบธรรมของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดยืนที่ทุกคนต่างทราบกันดี และเพื่อปกป้องสิทธิ์ต่าง ๆ ของประชาชนชาวอิหร่าน
เขากล่าวเสริมว่า ในปีนี้ เวทีแถลงการณ์ดังกล่าวจะถูกใช้เป็นกระบอกเสียงในการนำเสนอความทุกข์ทรมานจากการถูกกดขี่ที่ประชาชนชาวอิหร่านต้องเผชิญให้โลกได้รับรู้ ตลอดจนเพื่อเชิดชูเกียรติแก่เหล่าผู้พลีชีพของประเทศ "ซึ่งรวมถึงผู้พลีชีพจากเหตุการณ์โรงเรียนในเมืองมีนาบ และที่สำคัญที่สุดคือ ท่านผู้นำผู้พลีชีพของเรา”
อารัคชี กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ได้ใช้เวทีเดียวกันนี้ในการเปิดโปงความป่าเถื่อนของสงคราม 12 วัน "ซึ่งแน่นอนว่า ในปีนี้ เราพบว่า ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤตและตึงเครียดมากกว่าเดิม"
อารัคชี กล่าวว่า ตัวเขาเองจะเข้าร่วมการประชุมหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต่าง ๆ นอกรอบการประชุมใหญ่ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า การหารือดังกล่าวถือเป็นโอกาสอันมีค่าในการทบทวนความสัมพันธ์ทวิภาคี นำเสนอจุดยืนของอิหร่าน และปกป้องผลประโยชน์ของประชาชาติ
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีอิหร่านจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ และจะมีการหารือร่วมกับกลุ่มปัญญาชน บุคคลในแวดวงสื่อ และนักคิด ทั้งที่เป็นชาวอิหร่านและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ เปเซชเคียนจะให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนหลายสำนัก และจัดการหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่าง ๆ อีกหลายท่าน
เขายังกล่าวถึงกิจกรรมคู่ขนานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการประชุมสุดยอดด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุว่าอิหร่านจะเข้าร่วมการประชุมขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) และองค์กรอื่นๆ ที่ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในนิวยอร์กเพื่อจัดการประชุมของตนเอง
"ท้ายที่สุดแล้ว การประชุมที่กำหนดไว้ รวมถึงการที่ทุกฝ่ายมาปรากฏตัวพร้อมหน้ากันนั้น ถือเป็นโอกาสสำหรับการหารือทวิภาคีเพื่อทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศต่าง ๆ" รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าว "เราจะใช้เวลาช่วงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กำหนดการที่อัดแน่นตลอดระยะเวลา 4 ถึง 5 วัน"
ที่มา : สำนักข่าว mehrnews
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่