สหรัฐฯ ยุติปฏิบัติการทางทหารในอิรักอย่างเป็นทางการหลังการเข้ายึดครองนาน 23 ปี
สหรัฐฯ ยุติปฏิบัติการทางทหารในอิรักอย่างเป็นทางการหลังการเข้ายึดครองนาน 23 ปี

กองทัพสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการถอนกำลังทหารออกจากอิรักแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยทหารชุดสุดท้ายได้เดินทางออกจากฐานทัพในเมืองเออร์บิล (Erbil) ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลแบกแดดและวอชิงตัน เพื่อยุติการยึดครองทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ

    นายกรัฐมนตรี อาลี อัล-ซัยอีดี แห่งอิรัก ซึ่งเป็นประธานในพิธีส่งมอบ ได้กล่าวถึงการถอนทหารครั้งนี้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของ "ยุคใหม่"  ที่กำหนดโดยอธิปไตยของอิรัก สถาบันของรัฐที่เข้มแข็งขึ้น และ "ความเป็นพันธมิตรที่สมดุลกับมิตรประเทศ

    นายกอซิม อัล-อะอ์รอญี ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติอิรัก ได้กล่าวถึงการสิ้นสุดภารกิจของกองกำลังผสมพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ว่าเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' (important milestone) พร้อมระบุว่า สิ่งนี้จะช่วย 'เสริมสร้างอธิปไตยให้มั่นคง' (solidify sovereignty) รวมถึงตอบสนองต่อผลประโยชน์ของชาติและรวมถึงความปรารถนาของประชาชนชาวอิรัก

    นอกจากนี้ เขายังได้ยกย่องให้เครดิตแก่กองทัพอิรัก กลุ่มต่อต้านต่าง ๆ (resistance groups) รวมถึงความเสียสละของประชาชนชาวอิรัก ว่ามีส่วนสำคัญในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายไอซิส (Daesh/ISIS) จนได้รับชัยชนะ

    เจ้าหน้าที่เพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการทางทหารอย่างเป็นทางการ แต่จะยังคงรักษาขีดความสามารถในระดับภูมิภาคเอาไว้ เช่น ด้านการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน (ISR) ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในประเทศอาหรับ (อิรัก) แห่งนี้ได้

    สหรัฐฯ ได้เปิดฉากบุกโจมตีอิรักในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2003 เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งเป็นระบอบที่สหรัฐฯ ได้กล่าวหาอย่างเป็นเท็จว่า ครอบครองอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMDs)

    กองกำลังผสมของสหรัฐฯ และบรรดาพันธมิตรได้ถอนกำลังทหารออกไปในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2011 แต่ทว่า ได้กลับเข้ามาอีกครั้งในปี ค.ศ. 2014 หลังจากที่กลุ่มไอซิสได้บุกยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

 

    นาย ญุมอะฮ์ อัล-อะฏอวานี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย 'อุฟุก' (Ufuq) ในอิรัก กล่าวว่า ชาวอเมริกันไม่ใช่เพื่อนของอิรัก แต่เป็นภาระของประเทศ พร้อมกล่าวเสริมว่า แท้จริงแล้วกลุ่มไอซืส คือทฤษฎีสมคบคิดระดับนานาชาติ ที่มีเป้าหมายเพื่อปูทางให้สหรัฐฯ สามารถกลับเข้ามาในภูมิภาคนี้ได้อีกครั้ง

    การถอนกำลังทหารในขั้นสุดท้ายมีขึ้นหลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ย้ายออกจากฐานทัพส่วนใหญ่ในอิรักไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเหลือเพียงกองกำลังกลุ่มเล็ก ๆ ที่ยังคงประจำการอยู่ที่ฐานทัพในเมืองเออร์บิล (Erbil)

    กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อการต่อต้านของอิรัก 'อะซาอิบ อะฮ์ลุลฮัก' (Asa'ib Ahl al-Haq) ได้แสดงความยินดีต่อการสิ้นสุดการคงอยู่ทางทหารของสหรัฐฯ และระบุว่า ในขณะนี้ อิรักจำเป็นต้องเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการ จัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัย

    นอกจากนี้ทางกลุ่มเคลื่อนไหวระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องอิรัก พร้อมทั้ง เรียกร้องให้มีการถอนกำลังทหารตุรกีออกจากดินแดนของอิรัก

    ทางกลุ่มยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ รวมถึงขีดความสามารถด้านการทหารและความมั่นคงของประเทศ

    ขณะเดียวกัน อิรักกำลังดำเนินการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศชุดใหม่ โดยซาบาห์ อัล-นูมาน โฆษกฝ่ายทหารเปิดเผยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ได้มีการสรุปสัญญากับซัพพลายเออร์จากเกาหลีใต้และตุรกีเรียบร้อยแล้ว

    อัล-นูมาน กล่าวว่า ระบบเหล่านี้จะถูกนำไปติดตั้งทั่วอิรักเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและอธิปไตยของชาติ


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 129 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31294127
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1834
10403
43260
31165474
1834
313141
31294127

พฤ 01 ต.ค. 2026 :: 05:57:27