ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำสุดท้ายที่เหลืออยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำสุดท้ายที่เหลืออยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) รายงานว่า ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ลำสุดท้ายที่เหลืออยู่ในตะวันออกกลาง ในขณะที่เรือบุช (USS George H.W. Bush) ได้เดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย และเรือลิงคอล์น (USS Abraham Lincoln) กำลังเดินทางกลับฐานทัพที่เมืองซานดิเอโก

    สำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์รายงานเมื่อวันอังคาร (6 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เพียงลำเดียวที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันตก โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ปัจจุบันเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าวจอดประจำการอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งได้เดินทางมาถึงตั้งแต่เดือนสิงหาคมเพื่อสับเปลี่ยนกำลังพลทดแทนเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln)

    ฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช และเรือทำลายล้าง (เรือพิฆาต) ยูเอสเอส เดลเบิร์ต ดี. แบล็ก (USS Delbert D. Black) ได้เดินทางออกจากภูมิภาคดังกล่าวและเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ขณะที่เรือลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) มีกำหนดเดินทางกลับถึงท่าเรือหลักที่เมืองซานดิเอโกภายในสัปดาห์นี้

    กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับพิกัดที่ตั้งของเรือรบสหรัฐฯ ทั้ง 17 ลำ ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกในปัจจุบัน โดยจำนวนดังกล่าวถือว่าน้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนเรือรบที่เคยประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้ ก่อนที่สงครามกับอิหร่านจะเปิดฉากขึ้นเมื่อ 8 เดือนก่อน ทั้งนี้ เรือรบส่วนใหญ่ประจำการอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย หลังจากที่กองเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่มีเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถีจำนวน 3 ลำ ประจำการอยู่ในทะเลแดง

เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช ได้ถอนกำลังออกเดินทางมายังประเทศไทย

    เรือบุช (USS George H.W. Bush) และเรือยูเอสเอส เดลเบิร์ต ดี. แบล็ก (USS Delbert D. Black) ได้เดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับการเข้าเทียบท่าตามกำหนดการ ซึ่งกองเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นภารกิจเยือนท่าเรือตามปกติ โดยคาดว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้จะพำนักอยู่ในประเทศไทยจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม

    สำนักข่าว USNI News รายงานว่า เรือลำดังกล่าวได้เดินทางออกจากเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม โดยแล่นอ้อมทวีปแอฟริกาและเดินทางถึงอ่าวเปอร์เซีย เมื่อปลายเดือนเมษายน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า เส้นทางเดินเรือผ่านแหลมกู๊ดโฮปนั้นมีระยะทางยาวกว่าการล่องเรือผ่านคลองสุเอซและทะเลแดงถึงประมาณ 40% ทว่า เรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ จำต้องยอมเสี่ยงที่จะถูกโจมตีในทะเลแดงโดยกองทัพเยเมน (กลุ่มฮูตี)

    หนังสือพิมพ์ สตาร์ส แอนด์ สไตรปส์ (Stars and Stripes) รายงานว่า การเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียของเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าว ไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการโดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) หรือกองเรือที่ 5 แต่อย่างใด ซึ่งการแวะเยือนท่าเรือในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ นับตั้งแต่เปิดฉากปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งที่สองในรอบสองเดือนที่เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ได้แวะจอดพักที่ประเทศไทยในระหว่างเดินทางออกจากภูมิภาคนี้ ต่อจากการเดินทางเยือนของเรือลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เรือรบลินคอล์น เดินทางกลับบ้านหลังการปฏิบัติภารกิจยาวนานเป็นประวัติการณ์

    เรือลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) มุ่งหน้ากลับสู่มาตุภูมิ หลังเสร็จสิ้นภารกิจประจำการที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ โดยเรือลินคอล์นได้เริ่มออกปฏิบัติภารกิจจากเมืองซานดิเอโกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2025 และได้เข้าร่วมในสงครามกับอิหร่าน รวมถึงภารกิจปิดล้อมท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน ก่อนที่เรือ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington) จะเดินทางมาผลัดเปลี่ยนภารกิจแทนในเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ เรือลินคอล์นได้แวะจอดพักที่ประเทศไทยระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน ซึ่งถือเป็นการแวะเยือนท่าเรือเป็นครั้งแรกในรอบ 265 วัน ของการปฏิบัติภารกิจ

    กลุ่มสมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครีพับลิกันและครอบครัวของเหล่าทหารเรือต่างพากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เกี่ยวกับระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งยาวนานเกินไป จนส่งผลให้เกิดสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากและตึงเครียดอย่างมากภายในเรือประจำการ

    หลังจากนั้น กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ออกมาสืบสวนและยืนยันข้อเท็จจริงว่า มีกำลังพลจำนวน 8 นาย ในกองเรือโจมตีเรือลินคอล์น (Lincoln Strike Group) ที่พยายามฆ่าตัวตายในระหว่างช่วงเวลาปฏิบัติภารกิจดังกล่าว

    เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) และเรือลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำที่ถูกส่งไปปฏิบัติการในการเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทั้งนี้ ปีนี้ถือเป็นปีที่มีการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ออกปฏิบัติภารกิจในต่างแดนยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีเรือลินคอล์น เรือบุช (USS George H.W. Bush) และเรือจอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington) เข้าร่วมในสงครามและการปิดล้อมในครั้งนี้ทั้งหมด

เรือรูสเวลต์ อยู่ระหว่างการเดินทาง

    สำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ทีโอดอร์ รูสเวลต์ (USS Theodore Roosevelt) ได้เดินทางออกจากเมืองซานดิเอโกเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเดินทางมาเพื่อผลัดเปลี่ยนหน้าที่หรือเข้าร่วมสมทบกับเรือจอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington) อย่างไรก็ตาม เรือรูสเวลต์จะยังเดินทางมาไม่ถึงภายในไม่กี่วันนี้ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เรือจอร์จ วอชิงตัน จะยังคงปักหลักประจำการอยู่อีกนานเท่าใด เมื่อเรือรูสเวลต์เดินทางมาถึง

    นอกจากนี้ กลุ่มเรือรบสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส เมคิน ไอส์แลนด์ (USS Makin Island Amphibious Ready Group) ซึ่งบรรทุกกองกำลังหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วนาวิกโยธินที่ 13 (13th Marine Expeditionary Unit) ก็ได้เดินทางออกจากเมืองซานดิเอโกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเช่นกัน และมีกำหนดเดินทางมาถึงภูมิภาคนี้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน

    โดยปกติแล้ว เรือจอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington) จะมีฐานทัพหลักประจำการอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มนักวิเคราะห์ได้ออกมาเตือนว่า การส่งเรือลำนี้มายังภูมิภาคเอเชียตะวันตก จะทำให้พื้นที่แถบมหาสมุทรแปซิฟิกขาดแคลนเรือบรรทุกเครื่องบินสำหรับใช้ในการป้องปรามและคานอำนาจกับประเทศจีน


ที่มา : สำนักข่าว อัล มายาดีน

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 307 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31366606
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4978
12322
38401
31250867
74313
304350
31366606

พ 07 ต.ค. 2026 :: 13:38:19