กลุ่มฮามาส ร่วมรำลึกครบรอบ 2 ปีการพลีชีพเพื่อศาสนา (ชะฮีด) ของยะห์ยา ซินวาร์ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทความเป็นผู้นำของเขาในปฏิบัติการพายุอัล อักซอ และมรดกที่ตกทอดไว้ให้แก่ขบวนการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์
กลุ่มฮามาสได้รำลึกถึงวาระครบรอบ 2 ปี การพลีชีพของ ของยะห์ยา ซินวาร์ อดีตหัวหน้าสำนักงานการเมืองของกลุ่มฮามาส ผู้ซึ่งเป็นผู้นำขบวนการในช่วงปฏิบัติการพายุอัล อักซอ โดยออกแถลงการณ์ยกย่องบทบาทของเขาในฐานะเป็นผู้นำทั้งด้านการทหารและการเมืองของกลุ่ม
ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ฮามาสระบุว่า ซินวาร์ได้พลีชีพเพื่อศาสนา (ชะฮีด) ขณะต่อสู้กับกองกำลังยึดครองของอิสราเอล พร้อมทั้งยกย่องการพลีชีพของเขาว่าเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพและเสรีภาพของชาวปาเลสไตน์ในภาพรวม
กลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวระบุว่า ผู้นำของพวกเขาได้พลีชีพเพื่อศาสนา (ชะฮีด) ระหว่างการต่อสู้ในเส้นทางแห่งการยืนหยัด ซึ่งถือเป็น "ภาพเหตุการณ์การปฏิวัติที่สร้างแรงบันดาลใจบนหนทางสู่เสรีภาพ"
วาระสุดท้ายของ ซินวาร์
ยะห์ยา ซินวาร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 2024 ขณะปะทะกับกองกำลังยึดครองของอิสราเอลในพื้นที่ทัล อัล-ซุลตัน (Tal al-Sultan) เมืองราฟาห์
ในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนการพลีชีพ ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏเผยให้เห็นซินวาร์ในชุดนักรบ โดยมีรายงานว่า เขาได้ขว้างระเบิดมือทั้งหมดที่มีใส่ทหารอิสราเอล และยังพยายามใช้ไม้ขว้างใส่โดรนของอิสราเอลเพื่อสกัดกั้นอีกด้วย
เดอะการ์เดียน (The Guardian) ได้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ในขณะนั้น โดยเน้นย้ำว่าการพลีชีพในฐานะนักรบของซินวาร์ จะทำให้เขาได้รับตำแหน่งอันโดดเด่นในใจและความทรงจำร่วมของชาวปาเลสไตน์ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า แม้การต่อสู้จะมีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด แต่เขาก็สามารถ "เปลี่ยนกฎกติกาของเกม" ได้
ในแถลงการณ์ดังกล่าว กลุ่มฮามาสยืนยันว่า การพลีชีพของซินวาร์เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้เปิดฉาก "ยุคใหม่ของการเผชิญหน้ากับการยึดครองที่ก่ออาชญากรรม" ซึ่ง "ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค"
กลุ่มฮามาสกล่าวเสริมว่า ความเป็นจริงใหม่ในระดับภูมิภาคกำลังก่อตัวขึ้นจากการเสียสละของประชาชน โดยประกาศว่า "ยุคใหม่กำลังก่อตัวขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค สร้างความเป็นจริงใหม่ด้วยเลือดของประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังต่อสู้เพื่อเสรีภาพและเอกราช" กลุ่มคณะกรรมการการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ (Palestinian Resistance Committees) ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของซินวาร์
ในทำนองเดียวกัน กลุ่มคณะกรรมการการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ได้ออกแถลงการณ์ไว้อาลัยต่อซินวาร์ โดยระบุว่าเขา “เป็นแบบอย่างของผู้นำที่อุทิศชีวิตเพื่อประชาชนและอุดมการณ์ของตน แบกรับความกังวลของบ้านเกิดเมืองนอน และยืนหยัดอยู่ท่ามกลางสมรภูมิการเผชิญหน้า โดยมีความเชื่อมั่นในสิทธิของประชาชนชาวปาเลสไตน์ที่จะได้รับเสรีภาพ ศักดิ์ศรี และการกำหนดชะตากรรมด้วยตนเอง”
กลุ่มพันธมิตรดังกล่าวระบุเสริมว่า ชีวิตของเขา “ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประชาชนเราเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงเจตจำนงแห่งชาติอันแน่วแน่ ที่ปฏิเสธการยอมจำนนและการถูกหยามเกียรติ พร้อมทั้งยึดมั่นในสิทธิและหลักการต่าง ๆ โดยไม่หวั่นเกรงต่อการเสียสละใด ๆ”
บทบาทของซินวาร์ในฐานะผู้นำกลุ่มฮามาส
ซินวาร์เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้งฮามาส รวมถึงมีบทบาทในการสร้างโครงสร้างทางทหารและความมั่นคงของกลุ่ม เขาใช้เวลามากกว่า 20 ปี ในเรือนจำอิสราเอล ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในปี ค.ศ.2011 ภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษที่มีชื่อว่า “วาฟา อัล-อะห์ราร์” (Wafa al-Ahrar)
หลังจากได้รับการปล่อยตัว ซินวาร์ ได้กลับมาดำเนินงานภายในกลุ่มอีกครั้ง โดยรับหน้าที่กำกับดูแลกิจกรรมทางทหารในสามภูมิภาค ตามข้อมูลในแถลงการณ์ของกองพลอัล-กัซซาม (al-Qassam Brigades) ซึ่งเป็นปีกทหารของฮามาส ภายหลังการเสียชีวิตของเขา แถลงการณ์ระบุว่าเขามีบทบาทสำคัญในการรวมแนวร่วมการต่อสู้ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่กรุงเยรูซาเล็ม (อัล-กุดส์)
ต่อมา ซินวาร์ ได้ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ซึ่งทางกลุ่มระบุว่า เป็นช่วงเวลาที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งในด้านการเผยแผ่แนวคิดทางศาสนา กิจกรรมทางการเมือง และขีดความสามารถทางทหาร นอกจากนี้ ภายใต้การนำของเขายังมีความพยายามในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ของชาวปาเลสไตน์อีกด้วย
ภายหลังการเสียชีวิตของอิสมาเอล ฮานิยะห์ หัวหน้าสำนักงานการเมืองของฮามาส ซินวาร์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มฮามาสทั้งภายในและภายนอกปาเลสไตน์
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ “พายุอัล-อักซอ” เมื่อเดือนตุลาคม กองพลอัล-กัซซามระบุว่ากลุ่มฮามาสและกลุ่มการต่อสู้ปาเลสไตน์อื่น ๆ ตระหนักดีถึงราคาที่ต้องจ่ายจากการตัดสินใจดำเนินปฏิบัติการดังกล่าว
กองพลอัล-กัซซามกล่าวว่า กลุ่มต่าง ๆ “ทราบดีว่า ราคาของการปลดปล่อยนั้นสูงลิ่ว ซึ่งเป็นราคาที่ทุกชาติทุกกลุ่มคนต่างเคยต้องจ่ายก่อนที่จะได้รับอิสรภาพจากการถูกยึดครอง เมื่อพวกเขาตัดสินใจเข้าสู่สมรภูมิครั้งยิ่งใหญ่และเป็นจุดตัดสินสำคัญในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนชาวปาเลสไตน์”
ที่มา : สำนักข่าวอัล มายาดีน
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่