บทเรียนและแง่คิดจากโองการอัลกุรอาน ตอนที่ 24 วิถีผู้มีคุณธรรมกับการครองแผ่นดิน : มองอนาคตโลกผ่านเลนส์แห่งอัลกุรอาน
บทเรียนและแง่คิดจากโองการอัลกุรอาน ตอนที่ 24 วิถีผู้มีคุณธรรมกับการครองแผ่นดิน : มองอนาคตโลกผ่านเลนส์แห่งอัลกุรอาน

สัญญาเรื่องการได้รับชัยชนะของคนดีเหนือคนชั่ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่มีเฉพาะในอัลกุรอาน แต่เป็น "กฎเกณฑ์ถาวรของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)" ที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณทุกเล่ม มีข้อความระบุว่า “ผู้ประพฤติดีจะได้ครอบครองแผ่นดิน” เพื่อให้มนุษย์เห็นว่า เป้าหมายสุดท้ายของประวัติศาสตร์โลกถูกกำหนดไว้แล้ว

     โองการจากอัลกุรอานบท (ซูเราะฮ์) อัล อัมบิยาอ์ โองการ (อายะฮ์) ที่ 105 :

وَلَقَدْ كَتَبْنَا فِي الزَّبُورِ مِن بَعْدِ الذِّكْرِ أَنَّ الْأَرْضَ يَرِثُهَا عِبَادِيَ الصَّالِحُونَ

     "และโดยแน่นอนยิ่ง เราได้บันทึกไว้ในคัมภีร์ซะบูร หลังจากที่เราได้บันทึกไว้ในข้อตักเตือน (เตารอตหรือเครื่องเตือนความจำ) ว่า แท้จริงแผ่นดินนั้น บรรดาบ่าวของเราที่ดีมีคุณธรรมจะเป็นผู้สืบทอดมัน"

 

     ตามมุมมองและคำสอนของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) โองการนี้ถือเป็นหนึ่งในโองการที่สำคัญที่สุดที่กล่าวถึง "อนาคตของมนุษยชาติ" และการจัดตั้งรัฐบาลแห่งความยุติธรรมระดับโลก โดยมีรายละเอียดความหมาย คำอธิบาย และแง่คิดดังต่อไปนี้ :

 

    1. ความหมายของคำสำคัญตามทัศนะของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)

 

     ▪️ อัซซะบูร (الزَّبُورِ) : ในสายรายงานจากท่านอิมามมุฮัมมัด อัล-บากิร (อ.) และท่านอิมามญะอ์ฟัร อัซ-ซอดิก (อ.) ระบุว่า หมายถึง คัมภีร์ที่ถูกประทานลงมายังท่านศาสดาดาวูด (อ.) แต่ในอีกมิติหนึ่ง อะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) อธิบายว่าคำนี้สามารถหมายรวมถึง "บรรดาคัมภีร์ของศาสดาท่านก่อนๆ" ทั้งหมดด้วย

     ▪️ อัซซิกร์ (الذِّكْرِ) : มีการอธิบายไว้สองนัย นัยแรกคือ "คัมภีร์เตารอต (Torah)" ของท่านศาสดามูซา (อ.) (ซึ่งซะบูรประทานมาหลังจากนั้น) และนัยที่สอง หมายถึง "แม่บทแห่งคัมภีร์ (เลาฮิลมะห์ฟูซ)" ที่อยู่ ณ พระผู้เป็นเจ้า นอกจากนี้ มีรายงานจากท่านอิมามซอดิก (อ.) อธิบายว่า ตัวของท่านและบรรดาอิมามคือ "อะฮ์ลุลซิกร์" (ผู้ครอบครองความรู้แห่งคัมภีร์ทั้งหมด)

     ▪️ อัลอัรฎ์ (الْأَرْضَ) : หมายถึง "พื้นที่ทั้งหมดของโลก" ไม่ใช่เพียงดินแดนใดดินแดนหนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นว่าอำนาจและการปกครองของฝ่ายสัจธรรมจะแผ่ขยายไปทั่วปฐพี

     ▪️ อิบาดิยัซซอลิฮูน (عِبَادِيَ الصَّالِحُونَ - บ่าวผู้ประพฤติดีของฉัน) : ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมสูงสุด (مصداق أتم) ในฮะดีษของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ระบุอย่างชัดเจนว่า กลุ่มชนนี้คือ "ท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) และบรรดาอัศฮาบ (สหาย) ของท่าน" ในช่วงยุคสุดท้ายของโลก (ตัฟซีร อัลกุมมี, เล่ม 2, หน้า 77)

 

    2. บทเรียนและคำอรรถาธิบายจากมุมมองของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)

 

       กฎเกณฑ์ทางประวัติศาสตร์และเจตนารมณ์ร่วมของคัมภีร์แผ่งฟากฟ้า

         

     ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) และอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ชี้ให้เห็นว่า สัญญาเรื่องการได้รับชัยชนะของคนดีเหนือคนชั่ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่มีเฉพาะในอัลกุรอาน แต่เป็น "กฎเกณฑ์ถาวรของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)" ที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณทุกเล่ม เช่น ในคัมภีร์ซะบูร (สดุดี) ของศาสดาดาวูด (อ.) (ซึ่งในพระคริสตธรรมคัมภีร์ปัจจุบัน บทสดุดีที่ 37 ก็ยังคงมีข้อความระบุว่า “ผู้ประพฤติดีจะได้ครอบครองแผ่นดิน”) เพื่อให้มนุษย์เห็นว่าเป้าหมายสุดท้ายของประวัติศาสตร์โลกถูกกำหนดไว้แล้ว

 

การสถาปนารัฐบาลแห่งความยุติธรรมโดย "ท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.)"

 

     ในหนังสือตัฟซีร อัลกุมมี และ ตัฟซีร อัลบุรฮาน มีสายรายงานจากท่านอิมามมุฮัมมัด อัล-บากิร (อ.) กล่าวสรุปไว้ว่า :

هم أصحاب المهدي في آخر الزمان

"พวกเขาเหล่านั้น (บ่าวผู้ประพฤติดี) คือสหายของมะฮ์ดี (อ.) ในช่วงยุคสุดท้ายของโลก"

(ตัฟซีรมัจญ์มะอุลบะยาน, เล่ม 7, หน้า 67)

 

     บทเรียนจากตรงนี้คือ พระผู้เป็นเจ้าทรงวางแผนระยะยาวไว้ให้โลกใบนี้ ท้ายที่สุดแล้วผู้ที่กดขี่ (ฏอฆูต / ทรราชย์) จะต้องสูญสิ้นอำนาจ และผู้ศรัทธาที่แท้จริงจะขึ้นมาปกครองโลกเพื่อเติมเต็มความยุติธรรมแก่โลก

 

เงื่อนไขของการเป็น "ผู้สืบทอดแผ่นดิน"

 

     อะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) สอนว่า การจะได้รับกรรมสิทธิ์ในแผ่นดิน (หรือการเป็นผู้ช่วยของท่านอิมามมะฮ์ดี-อ.) ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการกล่าวอ้าง แต่ต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการที่ซ่อนอยู่ในคำว่า "บ่าวผู้ประพฤติดี" (عِبَادِيَ الصَّالِحُونَ) :

     ▪️ ความเป็นบ่าว (عِبَادِيَ) : คือความศรัทธาและการยอมจำนนต่ออัลลอฮ์อย่างสมบูรณ์ ปราศจากการตั้งภาคีและการยอมก้มหัวให้กับอธรรม

     ▪️ ความคู่ควร/ความดีงาม (الصَّالِحُونَ) : คำว่า "ซอลิฮ์" ในมิติของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ครอบคลุมถึง ความพร้อมในทุกด้าน ทั้งความรู้ คุณธรรม การบริหารจัดการ และความสามัคคี โลกจะถูกมอบให้กลุ่มชนที่มีศักยภาพในการพัฒนาและจรรโลงความยุติธรรมอย่างแท้จริง

 

    3. แง่คิดที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน (แง่คิดเชิงปฏิวัติและจิตวิญญาณ)

 

     ▪️ สร้าง "ความหวัง" และขจัดความสิ้นหวัง (الإنتظار الإيجابي) : อะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) สอนให้เรามองโลกในแง่ดี แม้ในยุคที่โลกจะเต็มไปด้วยความอธรรม สงคราม หรือการกดขี่ โองการนี้ให้ความมั่นใจว่า ฝ่ายสัจธรรมคือผู้ชนะในบั้นปลาย การรอคอยการมาปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) จึงไม่ใช่การอยู่เฉยๆ แต่เป็นการเตรียมพร้อมตนเองให้เป็นหนึ่งใน "บ่าวผู้ประพฤติดี"

     ▪️ การปฏิรูปตนเองและสังคม : หากเราปรารถนาจะเห็นโลกที่สงบสุข เราต้องเริ่มสร้างคุณลักษณะของความ "ซอลิฮ์" (ความดีงามและมีประสิทธิภาพ) ในตัวเรา ครอบครัว และสังคม เพื่อให้คู่ควรกับการเป็นผู้สืบทอดแผ่นดินตามสัญญาของพระองค์

     ▪️ ความคงทนของสัจธรรม : อำนาจจอมปลอม และทรัพย์สินของผู้กดขี่ในโลกนี้เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ดั่งที่ท่านอิมามอะลี (อ.) เคยกล่าวไว้ว่า "รัฐแห่งความเท็จนั้น จะอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม แต่รัฐแห่งสัจธรรม จะยั่งยืนไปจนถึงวันสิ้นโลก"


บทความ : เชคมูฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 146 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31463511
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
9312
10803
65360
31328205
171218
304350
31463511

ศ 16 ต.ค. 2026 :: 18:12:40