แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเปิดเผยกับ Press TV วันนี้ (อังคาร ที่ 24 มี.ค.) ว่า กองกำลังรักษาความปลอดภัยของอิหร่านได้จับกุมบุคคลมากกว่า 90 คน ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย "อิหร่านอินเตอร์เนชั่นแนล"
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในมาตรการต่อต้านสื่อที่เป็นปรปักษ์ ท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ 25 แล้ว ในวันนี้ (อังคาร ที่ 24 มี.ค.)
การจับกุมซึ่งดำเนินการในหลายจังหวัดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเป้าหมายที่บุคคลที่ทางการระบุว่าเป็น "ผู้ทรยศที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้าย"
แหล่งข่าวระบุว่า ปฏิบัติการนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปจนกว่า "การกวาดล้างเชิงจิตวิทยา" ของสังคมจากอิทธิพลของกลุ่มสื่อที่เป็นปรปักษ์จะเสร็จสมบูรณ์
สถานีโทรทัศน์อิหร่านอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นช่องสัญญาณดาวเทียมภาษาเปอร์เซีย มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ได้ให้ความช่วยเหลือในการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้ามต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงครามที่กำลังดำเนินอยู่
รัฐบาลอิหร่านประกาศให้เครือข่ายนี้เป็นองค์กรก่อการร้าย
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามรุกรานระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่อสาธารณรัฐอิสลาม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเกือบ 1,300 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า หนึ่งในเงื่อนไขของอิหร่านสำหรับการยุติปฏิบัติการตอบโต้ คือ การปิดเครือข่ายนี้และการส่งตัวผู้ปฏิบัติงานของเครือข่ายดังกล่าวกลับมาดำเนินคดี
ในอดีต บุคคลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานสืบราชการลับของสหรัฐฯ และอิสราเอล มักปลอมตัวเป็น "นักข่าว" ที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสหรัฐฯ ยุโรป และบางประเทศในกลุ่มอาหรับ
ทางการอิหร่านระบุว่า เครือข่ายที่เป็นปรปักษ์นี้มีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้กับการโจมตีทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่อประชาชนอิหร่าน โดยการขยายความอ้างเหตุผลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดการรุกรานที่ไร้เหตุผล ผิดกฎหมาย และโหดร้าย
หน่วยงานนี้ได้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการปลุกระดมในภาษาเปอร์เซียให้กับกองทัพอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาอย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์สำคัญประการหนึ่งคือการขยายข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยพรรณนาว่าประเทศนี้เป็น "ภัยคุกคามทางนิวเคลียร์"
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่