ขณะที่อิหร่านเตรียมจัดพิธีศพให้กับอยาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คอเมเนอี นักการเมืองอาวุโสของอิหร่านกล่าวว่า มรดกที่สำคัญที่สุดของผู้นำผู้พลีชีพนั้น อยู่ที่ความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงต่อหลักการต่อต้าน ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคและยกระดับสถานะของอิหร่านในเวทีโลก
อาลี มูฏอฮารี อดีตรองประธานรัฐสภาอิหร่าน (Majlis) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเพรสทีวี โดยกล่าวถึงมรดกที่ยั่งยืนของผู้นำการปฏิวัติอิสลามผู้ล่วงลับ
อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า “มรดกที่สำคัญที่สุด คือ การต่อต้านการครอบงำโลกของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล และข้อเท็จจริงที่ว่า การต่อต้านนี้ได้ทำลายการครอบงำที่รับรู้กันนั้น”
คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังจัดพิธีศพเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ให้กับผู้นำการปฏิวัติอิสลามผู้ล่วงลับและสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงเริ่มต้นของสงคราม 40 วันที่ผ่านมากับอิหร่าน
คณะผู้แทนจากกว่า 90 ประเทศ เข้าร่วมพิธีต่าง ๆ ทั่วประเทศอิหร่าน ก่อนที่พิธีรำลึกจะดำเนินต่อไปในเมือง เมืองนาญัฟ และเมืองกัรบาลาในอิรัก
มูฏอฮารีกล่าวว่า หลักคำสอนเรื่องการต่อต้านของผู้นำผู้พลีชีพ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังยกระดับสถานะในเวทีระหว่างประเทศอีกด้วย
นอกเหนือจากนโยบายต่างประเทศแล้ว เขายังยกย่องอยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี ในฐานะผู้สนับสนุนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกล่าวว่า การเน้นย้ำอย่างต่อเนื่องของผู้นำผู้ล่วงลับในด้านการวิจัย การศึกษา และนวัตกรรมภายในประเทศ ช่วยผลักดันความก้าวหน้าของอิหร่านในด้านยุทธศาสตร์ต่าง ๆ
“ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเน้นย้ำและข้อเสนอแนะของเขา” เขากล่าวกับสำนักข่าวเพรสทีวี พร้อมเสริมว่า ปัจจุบันอิหร่านติดอันดับประเทศชั้นนำของโลก ในสาขาวิทยาศาสตร์บางสาขา
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับคำสั่งทางศาสนาของอยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี ที่ประกาศห้ามอาวุธนิวเคลียร์ มูฏอฮารีกล่าวว่า คำตัดสินดังกล่าวมีรากฐานมาจากหลักนิติศาสตร์อิสลามอย่างมั่นคง โดยอธิบายว่า นักนิติศาสตร์ทางศาสนาจะกำหนดคำตัดสินดังกล่าวโดยอาศัยหลักการที่ได้รับการยอมรับและแหล่งอ้างอิงทางกฎหมายอิสลามที่มีอำนาจ
ในขณะเดียวกัน เขาเน้นย้ำว่า ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของอิหร่านและการปฏิวัติอิสลามไม่ได้ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถทางทหาร เช่น อาวุธนิวเคลียร์ แต่ขึ้นอยู่กับรากฐานทางอุดมการณ์ สติปัญญา และคุณธรรม
มูฏอฮารี กล่าวว่า “พลังของอิหร่าน ซึ่งแท้จริงแล้ว พลังของการปฏิวัติอิสลาม มาจากพลังทางปัญญาและอุดมการณ์ อิทธิพลของเราในโลก โดยเฉพาะในประเทศอิสลามและภูมิภาคนี้ มาจากอุดมการณ์ของการปฏิวัติอิสลาม”
เขากล่าวว่า อุดมการณ์ของการปฏิวัติ ผู้สนับสนุนที่ได้รับจากนานาชาติ และแกนแห่งการต่อต้าน ล้วนมีรากฐานมาจากความเชื่อร่วมกันมากกว่าอำนาจทางทหาร
อดีตสมาชิกสภาอาวุโสกล่าวว่า “อำนาจของเราไม่ใช่ระเบิดปรมาณู เราไม่ต้องการเดินหน้าด้วยระเบิดปรมาณู” “แต่เป็นพลังทางปัญญาและอุดมการณ์ต่างหากที่ชนะใจผู้คนและขับเคลื่อนการปฏิวัติอิสลามไปข้างหน้า”
เมื่อมองไปข้างหน้า มูฏอฮารี แสดงทัศนะการมองโลกในแง่ดี เกี่ยวกับอนาคตของอิหร่าน โดยกล่าวเสริมว่า ประเทศได้ผ่านพ้นจุดเปลี่ยนที่ยากลำบากในช่วงสงครามที่ถูกบังคับเมื่อเร็ว ๆ นี้
เขากล่าวว่า สงครามทำให้สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเชื่อมั่นว่า อิหร่านไม่สามารถถูกบังคับให้ยอมจำนนด้วยปฏิบัติการทางทหารได้ เขายังกล่าวอีกว่า วอชิงตันได้ถอยในบางประเด็นภายใต้บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งลงนามเมื่อเดือนที่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแนวทางของวอชิงตันที่มีต่ออิหร่าน
มูฏอฮารี กล่าวกับสำนักข่าวเพรสทีวี ว่า “พวกเขาเข้าใจว่า ไม่สามารถทำให้อิหร่านยอมจำนนด้วยกำลังและการกดดันได้”
มูฏอฮารี กล่าวว่า ความก้าวหน้าในอนาคตของอิหร่านจะขึ้นอยู่กับการรักษาหลักการเดียวกันกับที่กำหนดการเป็นผู้นำของอยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี มาเกือบสี่ทศวรรษ
อดีตรองประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า “หากเรายังคงต่อต้านและรักษาความเป็นเอกภาพไว้ได้ ผมคิดว่า เราจะสามารถก้าวไปสู่ความก้าวหน้า การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างประสบความสำเร็จมากขึ้น”
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่