เมื่ออ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์กัรบาลา หลายคนอาจคิดว่า เรื่องราวจบลงด้วยการพลีชีพ (เป็นชะฮีด) ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในปีฮิจเราะห์ศักราช 61 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นอีกบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ และหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดก็คือ "มุคตาร ษะกอฟี" (อัล-มุคตาร อิบนุ อบี อุบัยด์ อัล-ษะกอฟี)
หลังจากกัรบาลา เมืองกูฟะฮ์ประสบกับความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เมืองที่เคยส่งจดหมายเชิญท่านอิมามฮุเซน (อ.) มากลับไม่สามารถให้การช่วยเหลือท่าน และชาวเมืองจำนวนมากรู้สึกว่าเลือดของหลานชายของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จะต้องไม่สูญเปล่าโดยไม่ได้รับการทวงคืนความยุติธรรมและการแก้แค้น
ในบรรยากาศเช่นนี้ มุคตาร ษะกอฟี ได้ปรากฏตัวขึ้นหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก (1) และเริ่มรวบรวมผู้สนับสนุนของเขาอย่างลับ ๆ ในปีฮิจเราะห์ศักราช 66 เขาได้เข้ายึดครองเมืองกูฟะฮ์หลังจากปะทะกับกองกำลังของผู้ปกครองเมือง เมื่อการปกครองของเขามั่นคงแล้ว เขาได้ประกาศว่า เป้าหมายหลักของเขา คือ ทวงความยุติธรรมและการแก้แค้นผู้ที่มีส่วนร่วมในการสังหารท่านอิมามฮุเซน (อ.) (2)
และแล้วการค้นหาผู้ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เมืองกัรบาลาจึงเริ่มต้นขึ้น แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้กล่าวว่า อุมัร อิบนุ ซะอัด ได้ถูกสังหาร ตามมาด้วยชิมร์ อิบนุ ซิล ญูชัน หลังจากการไล่ล่า เคาลี อิบนุ ยะซีด, ซินาน อิบนุ อะนัส และผู้บัญชาการและทหารม้าอีกหลายคนที่เข้าร่วมในสมรภูมิกัรบาลาก็ถูกสังหารเช่นกัน เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางในอิรักว่า มุคตาร ษะกอฟี จะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่พิสูจน์ได้ว่ามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่กัรบาลาลอยนวลไปได้
อย่างไรก็ตาม มุคตาร รู้ว่าการเผชิญหน้าที่แท้จริงยังไม่ได้เริ่มต้น เนื่องจากรัฐบาลของราชวงศ์อุมัยยะฮ์กำลังเตรียมการที่จะยึดครองอิรักคืน อับดุลมาลิก บิน มัรวาน เคาะลีฟะฮ์ (กาหลิบ) ราชวงศ์อุมัยยะฮ์ ได้ส่งอุบัยดิลลาฮ์ อิบนิ ซิยาด นำทัพใหญ่จากชาม (ซีเรีย) ซึ่งประกอบด้วยนักรบหลายพันคน ไปโค่นล้มการปกครองของมุคตาร
มุคตารตระหนักว่า การรบครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของรัฐบาลของเขา จึงเลือกอิบรอฮีม อิบนิ มาลิก อัล อัชตาร แม่ทัพที่ดีที่สุดของเขา ให้เป็นผู้นำทัพ อิบรอฮีมเดินทัพจากกูฟะฮ์ พร้อมกองทัพขนาดใหญ่ มุ่งหน้าไปทางเหนือจนกระทั่งพบกับกองทัพของอุบัยดิลลาฮ์ อิบนิ ซิยาด ที่แม่น้ำคอซีร ใกล้เมืองโมซูล ในปี 67 ฮิจเราะห์ศักราช
การรบเริ่มต้นด้วยการโจมตีอย่างดุเดือดของกองทัพชาม (ซีเรีย) อุบัยดิลลาฮ์พยายามฝ่าแนวรบของมุคตารอย่างรวดเร็ว ก่อนที่การต่อสู้จะสงบลง แต่อิบรอฮีม อิบนิ มาลิก อัลอัชตาร ได้จัดระเบียบกองกำลังใหม่ โดยแบ่งทหารม้าออกเป็นปีกขวา ปีกซ้าย และส่วนกลาง จากนั้นจึงสั่งให้โจมตีโต้กลับ
การต่อสู้ดำเนินไปหลายชั่วโมง จนในที่สุดก็กลายเป็นการดวลระยะประชิดด้วยดาบและหอก แหล่งข้อมูลต่าง ๆ กล่าวว่า อิบรอฮีมเองได้เดินเข้าไปท่ามกลางทหารของเขา คอยให้กำลังใจพวกเขาให้ยืนหยัด จนกระทั่งกองทัพอุมัยยะฮ์ เริ่มถอยทัพไปทีละน้อย
จากนั้นก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญ เมื่อกองกำลังของอิบรอฮีม สามารถแทรกซึมเข้าไปในใจกลางกองทัพอุมัยยะฮ์ได้สำเร็จ แม่ทัพอาวุโสหลายคนเสียชีวิต และอุบัยดิลลาฮ์ อิบนิ ซิยาดเองก็ถูกสังหารในสนามรบ เช่นเดียวกับฮะซีน อิบนิ นุมัยร์ อัล ซากูนี, ชุเราะห์บีล อิบนิ ซิล กิลาอ์ และแม่ทัพชาวเมืองชาม (ซีเรีย) คนอื่น ๆ ความพ่ายแพ้นี้เป็นหนึ่งในความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดที่ราชวงศ์อุมัยยะฮ์ได้รับในเวลานั้น
ข่าวการเสียชีวิตของอุบัยดิลลาฮ์ อิบนิ ซิยาด ไปถึงกูฟะฮ์ และความยินดีก็แพร่กระจายไปในหมู่ผู้สนับสนุนของมุคตาร เนื่องจากพวกเขาเห็นว่าเป็นการแก้แค้นต่อผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมแห่งกัรบาลา
หลังจากชัยชนะครั้งนี้ อำนาจของมุคตารก็ขยายออกไป และเมืองส่วนใหญ่ในอิรักก็ให้การสวามิภักดิ์ต่อเขา อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ทำให้ อับดุลลอฮ์ อิบน ซุบัยร์ ผู้ควบคุมฮิญาซและพื้นที่บางส่วนของอิรัก เกิดความหวาดระแวง
เขาได้ส่งมุศอับ อิบนุ ซุบัยร์ น้องชายของเขา พร้อมกองทัพขนาดใหญ่ไปยังเมืองกูฟะฮ์ การสู้รบหลายครั้งเกิดขึ้นระหว่างสองฝ่ายนอกเมือง ซึ่งมุคตารพยายามหยุดยั้งการรุกคืบของมุศอับ แต่จำนวนฝ่ายตรงข้ามที่มากมายมหาศาลและการละทิ้งของผู้สนับสนุนบางส่วนทำให้สถานการณ์ของเขาอ่อนแอลง
มุคตาร จึงถอยทัพไปยังวังของผู้ปกครองเมืองกูฟะฮ์ ที่ซึ่งการปิดล้อมเริ่มต้นขึ้นและกินเวลานานหลายเดือน ในระหว่างการปิดล้อม เสบียงเริ่มหมดลง และนักรบจำนวนมากละทิ้ง จนเหลือเพียงสหายผู้ภักดีไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่กับเขา
เมื่อเขารู้ว่าจุดจบใกล้เข้ามาแล้ว เขาจึงรวบรวมผู้ที่เหลืออยู่และประกาศว่า เขาจะไม่ยอมจำนน จากนั้นเขาก็เปิดประตูวังและออกไปต่อสู้ด้วยตนเองบนท้องถนนของเมืองกูฟะฮ์ จนกระทั่งเขาถูกสังหารในปี 67 ฮิจเราะห์ศักราช หลังจากการต่อต้านอย่างดุเดือด ซึ่งจบลงด้วยการล่มสลายของรัฐบาลของเขา
แม้ว่าการปกครองของมุคตารจะมีอายุสั้น แต่ผลกระทบของเขายังคงปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ บางคนมองว่า เขาเป็นผู้ทวงคืนความยุติธรรมและแก้แค้นต่อผู้ที่ร่วมสังหารท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในขณะที่บางคนถกเถียงกันถึงแรงจูงใจทางการเมืองของเขา ดังนั้นชื่อของเขาจึงยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ การลุกขึ้นต่อสู้ (กิยาม) ของเขาเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดหลังเหตุการณ์กัรบาลา มันได้เปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในอิรัก และทิ้งผลกระทบที่ยั่งยืนต่อความทรงจำของชาวมุสลิมมานานหลายศตวรรษ
เชิงอรรถ :
(1) สาเหตุการถูกจำคุกของมุคตาร ษะกอฟี
มุคตาร ษะกอฟี (المختار بن أبي عبيد الثقفي) ถูกอุบัยดุลลอฮ์ อิบนุ ซิยาด ผู้ปกครองเมืองกูฟะฮ์ สั่งจำคุกในช่วงเหตุการณ์กัรบาลา โดยมีสาเหตุสำคัญมาจาก การให้ที่พักพิงแก่ มุสลิม บิน อะกีล ผู้ถือสาส์นของท่านอิมามฮุเซน (อ.) และถูกกล่าวหาว่าวางแผนก่อกบฏรวบรวมกำลังพลเพื่อช่วยเหลือท่านอิมามฮุเซน (อ.)
รายละเอียดและลำดับเหตุการณ์ของการถูกจำคุกมีดังนี้ :
◾️ให้ที่พักพิงผู้ถือสาส์น : มุคตารเป็นผู้สนับสนุนอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) เขาได้ให้ที่พักพิงและให้การสนับสนุนมุสลิม บิน อะกีล ซึ่งถูกส่งมาประเมินสถานการณ์และเตรียมการให้ชาวเมืองกูฟะฮ์ให้สัตยาบันต่อท่านอิมามฮุเซน (อ.)
◾️การถูกจับกุม : เมื่ออุบัยดุลลอฮ์ อิบนุ ซิยาด ล่วงรู้ถึงการเคลื่อนไหวนี้ จึงได้ทำการกวาดล้างและจับกุมแกนนำผู้สนับสนุนท่านอิมามฮุเซน (อ.) รวมถึงมุคตารด้วย
◾️การถูกคุมขัง : มุคตารถูกจับขังคุกในเมืองกูฟะฮ์ในช่วงเวลาที่เกิดยุทธการที่กัรบาลาพอดี ทำให้เขาไม่สามารถเข้าร่วมรบเคียงข้างท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในเหตุการณ์ดังกล่าวได้
◾️การปล่อยตัว : หลังจากเหตุการณ์กัรบาลา มุคตารได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากการร้องขอของอับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร ซึ่งเป็นพี่เขยของเขา
หลังจากได้รับการปล่อยตัว มุคตารได้ทำการลุกฮือขึ้น และสามารถยึดครองเมืองกูฟะฮ์ได้สำเร็จในปี ฮ.ศ. 66 โดยมีเป้าหมายหลักในการตามล่าและสังหารผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในสมรภูมิกัรบาลา
(2) เป้าหมายการลุกขึ้นต่อสู้ (กิยาม) ของมุคตาร ษะกอฟี
มุคตาร ษะกอฟี เป็นผู้นำการลุกขึ้นต่อสู้ในเมืองกูฟะฮ์ ช่วงปี ฮ.ศ. 66 –67 เพื่อทวงความยุติธรรมหลังโศกนาฏกรรมกัรบะลา เป้าหมายสูงสุดในการยืนหยัดต่อสู้ของเขา แบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลักดังนี้ :
◾️ ทวงความยุติธรรมและล้างแค้นให้อิมามฮุเซน (อ.) : วัตถุประสงค์หลักคือการตามล่า สังหาร และลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ท่านอิมามฮุเซน (หลานชายของท่านศาสดา) และผู้ติดตามที่กัรบะลา
◾️ ฟื้นฟูเจตนารมณ์ดั้งเดิม : ยึดมั่นตามคัมภีร์อัลกุรอานและแบบอย่าง (ซุนนะฮ์) ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) อย่างเคร่งครัด
◾️ ปกป้องชนชั้นผู้อ่อนแอ : ต่อสู้กับผู้กดขี่และให้ความคุ้มครองชนชั้นผู้อ่อนแอ รวมถึงให้การช่วยเหลือแม่หม้ายและคนยากจนในสังคม
◾️ ช่วยเหลือวงศ์วานของท่านศาสดา (อะฮ์ลุลบัยต์) : ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทายาทของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ให้พ้นจากการถูกคุมคามทางการเมือง
คำขวัญ หรือ สโลแกนหลักของมุคตาร
◾️สโลแกนหลักในการยืนหยัดต่อสู้ของมุคตาร ษะกอฟี คือ "ยา ละ-ษารอต อัล-ฮุเซน" (يا لثارات الحسين) ซึ่งมีความหมายว่า "โอ้ เหล่าผู้แก้แค้นแทนฮุเซน" เพื่อปลุกเร้าจิตวิญญาณของชาวมุสลิมให้ออกมาทวงความยุติธรรมและล้างแค้นให้กับท่านอิมามฮุเซน บิน อะลี (อ.)
◾️นอกจากนี้ เขายังใช้คำขวัญและคำสั่งในการสู้รบอีกประโยคหนึ่งคือ "ยา มันศูร อะมิต" (يا منصور، أَمِت) ซึ่งแปลว่า "โอ้ ผู้รับชัยชนะ จงสังหารศัตรู" เพื่อให้ผู้สนับสนุนรุกเข้าปราบปรามกองทัพราชวงศ์อุมัยยะฮ์
แหล่งที่มา :
แหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับมุคตาร ษะกอฟีและการลุกขึ้นต่อสู้ (กิยาม) ของเขา :
1- تاريخ الأمم والملوك (تاريخ الطبري) – للإمام محمد بن جرير الطبري.
الجزء السادس (وفي بعض الطبعات الجزء الخامس).
أحداث سنتي 66 و67 هـ.
يذكر قيام المختار، والسيطرة على الكوفة، ومقتل عمر بن سعد، وشمر، وخولي، وسنان، ثم معركة الخازر ومقتل عبيد الله بن زياد، وأخيرًا حصار المختار ومقتله.
2- الكامل في التاريخ – لابن الأثير.
الجزء الرابع.
أحداث سنتي 66–67 هـ.
من أكثر الكتب تفصيلًا في أخبار المختار ومعاركه.
3- البداية والنهاية – لابن كثير.
الجزء الثامن.
حوادث سنة 66 هـ ثم 67 هـ.
يذكر ثورة المختار، ومعركة الخازر، ومقتل عبيد الله بن زياد، ثم نهاية المختار.
4- أنساب الأشراف – للبلاذري.
قسم أخبار العراق بعد كربلاء.
يتناول أخبار المختار وملاحقته للمشاركين في قتل الإمام الحسين عليه السلام.
5- مروج الذهب ومعادن الجوهر – للمسعودي.
الجزء الثالث.
يذكر ثورة المختار وأبرز أحداثها.
6- الأخبار الطوال – للدينوري.
من المصادر المبكرة التي تناولت أحداث العراق بعد كربلاء بتفصيل جيد.
7- تاريخ اليعقوبي – لليعقوبي.
الجزء الثاني.
يتحدث عن قيام المختار وأحداث الكوفة بعد استشهاد الإمام الحسين.
8- مقاتل الطالبيين – لأبي الفرج الأصفهاني.
يتناول ما جرى لآل البيت بعد كربلاء، ويذكر المختار وعلاقته بالأخذ بثأر الإمام الحسين.
9- العبر في خبر من غبر – للذهبي.
أحداث سنة 67 هـ.
يذكر ثورة المختار ونهايتها.
10- المنتظم في تاريخ الملوك والأمم – لابن الجوزي.
حوادث سنتي 66 و67 هـ.
يورد أخبار المختار وحروبه مع الأمويين والزبيريين.
บทความ : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ
Copyright © 2024 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่