เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ฝ่ายตรงข้ามของการปฏิวัติได้กล่าวอ้างว่า รัฐบาลอิหร่านจะถูกโจมตีทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะนำไปสู่การล่มสลายของระบอบ เราจะมาวิเคราะห์เหตุการณ์ยุคสุดท้ายที่กล่าวถึงเรื่องนี้จากมุมมองของการศึกษาอนาคตเกี่ยวกับมะฮ์ดะวียะฮ์
การวิเคราะห์ทางการเมือง :
ในทัศนะของ "ลัทธิไซออนิสต์" ปาเลสไตน์จะต้องได้รับการรักษาไว้เพื่อการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์ และการรวมตัวของชาวยิวอิสราเอลในบัยตุลมักดิส (เยรูซาเล็ม) และการบูรณะ "วิหารโซโลมอน" เป็นเงื่อนไขหนึ่งของลัทธินี้
ในด้านหนึ่ง หากอิหร่านถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านและกลุ่มต่อต้านของชีอะฮ์จะทำลายอิสราเอลให้ราบเป็นหน้ากลองอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้จึงเกิด "สมดุลแห่งความหวาดกลัว" และเนื่องจากความกลัวต่อการเสื่อมถอยของอิสราเอล ศัตรูจึงรู้ว่า หากเกิดการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ตามคำกล่าวของท่านผู้นำอิหร่าน อิหร่านจะตอบโต้ใน "ระดับเดียวกัน"
แน่นอนว่า นี่คือการเผชิญหน้าทางทหารอย่างแน่นอน ฟิตนะฮ์ (การก่อกบฏ) ภายใน ความวุ่นวาย เหตุการณ์ด้านความมั่นคง และการโจมตีทางอากาศมีความเป็นไปได้
การวิเคราะห์ หะดีษ :
ขั้นตอนของ "ดาบ" (การใช้อาวุธ) และการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร จะนำมาซึ่งการคลี่คลายความทุกข์ยาก (ฟะร็อจ) ของชาวชีอะฮ์ (ซึ่งหมายถึงการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี) และจะแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติการที่แท้จริงของแสนยานุภาพทางทหารของอิหร่านใน "ภูมิศาสตร์แห่งการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)"
คำขอร้องอย่างสิ้นหวังของศัตรูในการยอมมอบสิทธิแก่ชาวอิหร่าน และที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ การปฏิเสธและการไม่ยอมรับคำร้องขอของศัตรู ; แสดงถึงจุดสูงสุดของการแสดงอำนาจของชาวอิหร่าน :
وَضَعُوا سُيُوفَهُمْ عَلَى عَوَاتِقِهِمْ فَيُعْطَوْنَ مَا سَأَلُوهُ فَلَايَقْبَلُونَه
“และพวกเขาจะวางดาบลงบนบ่าของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะยอมให้สิ่งที่พวกเขาร้องขอ แต่พวกเขา (ชาวอิหร่าน) จะไม่ยอมรับมัน” [1]
แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอและความไร้ความสามารถของศัตรู ซึ่งขัดขวางและปฏิเสธการมอบสิทธิให้อิหร่านในสองขั้นตอนมาเป็นเวลาหลายปี แต่แล้วก็พยายามมอบสิทธิบางส่วนให้ แต่ชาวอิหร่านก็ไม่ยอมรับอีกแล้ว
นอกจากนี้ เหตุการณ์ “ฮัรญุรรูม” (วิกฤตความวุ่นวายในตะวันตก การเข่นฆ่าที่รุนแรงและมากมาย หรืออาจเป็นสงครามโลก) ยังบ่งชี้ว่า แผนการแห่งพระเจ้าจะมาช่วยเหลือแนวรบฝ่ายชอบธรรม และประเทศตะวันตกจะอ่อนแอลง ไม่ใช่อิหร่าน [2]
แม้ในปีแห่งการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) “อำนาจทำลายล้าง” ของกองทัพคุรอซานีและเยเมนในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ถูกกล่าวถึงอย่างชัดเจน :
وَيْلٌ لِمَنْ نَاوَاهُمْ
“ความวิบัติจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ต่อต้านพวกเขา” [3]
ตอนนี้ลองบอกมาสิว่า : ผลรวมของรหัสต่าง ๆ หะดีษเหล่านี้บ่งชี้ถึงความอ่อนแอหรือความแข็งแกร่งและอำนาจของอิหร่าน?
จากอิหร่านสู่ปาเลสไตน์ : เส้นทางสู่อัลกุดส์ (เยรูซาเล็ม) ผ่านเมืองกัรบะลา
หากรัฐบาลอิหร่านประสบกับการล่มสลายก่อนการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จริง ๆรัฐบาลอิหร่านจะสามารถทำหน้าที่เป็น "ผู้ช่วยอิรัก" และช่วยชาวชีอะฮ์ให้รอดพ้นในช่วงที่ซุฟยานีโจมตีเมืองกูฟะฮ์และนะญัฟได้หรือ?
يَبْعَثُ السُّفْيَانِيُّ جَيْشاً إِلَى الْكُوفَةِ...إِذْ أَقْبَلَتْ رَايَاتٌ مِنْ قِبَلِ خُرَاسَانَ وَ تَطْوِي الْمَنَازِلَ طَيّاً حَثِيثاً وَ مَعَهُمْ نَفَرٌ مِنْ أَصْحَابِ الْقَائِم
“ซุฟยานีจะส่งกองทัพหนึ่งไปยังกูฟะฮ์... เมื่อนั้นกลุ่มธง (กองทัพ) จากคุราซานก็จะมา และพวกเขาจะเดินทางผ่านบ้านเรือนต่างๆ มาอย่างรวดเร็ว และมีสหายของกออิม (อิมามมะฮ์ดี) จำนวนหนึ่งร่วมอยู่กับพวกเขาด้วย” [4]
นอกจากนี้ ตามโองการต่าง ๆ ในอัลกุรอานบท (ซูเราะฮ์) อัลอิสรออ์ ได้มีการแนะนำตัวตนของบรรดาผู้ลงโทษชาวยิวว่า เป็นชาวชีอะฮ์ของอิหร่านที่จะเข้ามาในปาเลสไตน์ว่า :
وَ قَضَيْنا إِلى بَني إِسْرائيلَ فِي الْكِتابِ لَتُفْسِدُنَّ فِي الْأَرْضِ مَرَّتَيْن...فَإِذا جاءَ وَعْدُ أُولاهُما بَعَثْنا عَلَيْكُمْ عِباداً لَنا أُولِي بَأْسٍ شَدِيدٍ...قَوْمٌ يَبْعَثُهُمُ اللَّهُ قَبْلَ خُرُوجِ الْقَائِمِ فَلَايَدَعُونَ وَتْراً لآِلِ مُحَمَّدٍ إِلَّا قَتَلُوه
“และเราได้แจ้งแก่วงศ์วานของอิสรออีล ไว้ในคัมภีร์ (ของพวกเขา) ว่า แน่นอนยิ่งพวกเจ้าจะก่อความเสียหายในแผ่นดินสองครั้ง... ดังนั้นเมื่อสัญญา (การลงโทษ) ครั้งแรกจากทั้งสองครั้งมาถึง เราจะส่งบรรดาบ่าวของเราผู้มีพลังอำนาจเข้มแข็งมาจัดการกับพวกเจ้า ..., ชนชาติที่อัลลอฮ์จะส่งพวกเขามาก่อนการปรากฏตัวของกออิม (อิมามมะฮ์ดี) และพวกเขาจะไม่ปล่อยศัตรูคนใดของวงศ์วานมุฮัมมัดไป เว้นแต่จะฆ่าเขา” [5]
การเคลื่อนทัพของกลุ่มธง (กองทัพ) แห่งคุรอซานมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะกองทัพของซุฟยานีในดินแดนชาม (เลแวนต์ / ซีเรีย) :
تَخْرُجُ مِنْ خُرَاسَانَ أُخْرَى سَوْدَاءُ... يَهْزِمُونَ أَصْحَابَ السُّفْيَانِيِّ حَتَّى يَنْزِلَ بَيْتَ الْمَقْدِس
“กองทัพธงดำอีกกองหนึ่งจะออกมาจากคุรอซาน... พวกเขาจะเอาชนะเหล่าสหายของซุฟยานี จนกระทั่งจะมาถึงบัยตุลมักดิส (เยรูซาเล็ม)” [6]
เป้าหมายสูงสุดคือการปลดปล่อยปาเลสไตน์ และจะไม่มีอำนาจใดขัดขวางชาวอิหร่านได้จนกระทั่งพวกเขาจะมาถึงอีลิยาอ์ (อีกชื่อหนึ่งของบัยตุลมักดิส) :
تَخرُجُ مِن خُراسانَ راياتٌ سودٌ لا يَرُدُّها شَيءٌ حَتّى تُنصَبَ بِإِيلياء
“กองทัพธงดำจะออกมาจากคุรอซาน และจะไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งพวกเขาได้ จนกระทั่งพวกเขาจะปักธงในอีลิยาอ์ (บัยตุลมักดิส)” [7]
ดังนั้น ตามความเชื่อของผู้เขียน อิหร่านอยู่ในจุดสูงสุดของอำนาจทางทหาร ซึ่งไม่เพียงแต่สามารถเอาชนะฟิตนะฮ์ (วิกฤตความวุ่นวายและการก่อกบฏภายใน) และสงครามต่าง ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรักษาอำนาจการปกครองและกำลังทหารไว้ได้ และด้วยความช่วยเหลือจากชาวชีอะฮ์อื่น ๆ ก็สามารถรุกคืบใน “ภูมิศาสตร์แห่งการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)” จากอิรักไปถึงปาเลสไตน์ได้
เชิงอรรถ :
1. อัลฆ็อยบะฮ์, นุอ์มานี, หน้า 273
2. “อัล ฮัรญ์: ความรุนแรงของการเข่นฆ่าและความมากมายของมัน” จาก ลิซานุลอะร็อบ, อิบนุมันซูร, เล่ม 2, หน้า 389
3. อัลฆ็อยบะฮ์, นุอ์มานี, หน้า 256
4. อัลฆ็อยบะฮ์, นุอ์มานี, หน้า 280
5. อัล กาฟี, กุลัยนี, เล่ม 8 หน้า 206
6. อัซซุนัน อัลวาริดะตุ ฟิลฟิตัน, ดานี, เล่มที่ 1, หน้า 261; ฟะรออิด ฟะวาอิดิลฟิกร์ ฟิลอิมามิลมะฮ์ดี ออัลมุนตะซ็อร, ฮันบาลี, หน้า 314
7. สุนัน อัลติรมีซี, ติรมีซี, เล่ม 4, หน้า 245; อัลบิดายะฮ์ วัลนิฮายะฮ์, อิบนุ กะษีร , เล่ม 10, หน้า 55
บทความ : มุศฏอฟา อะมีรี
แปลและเรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่