แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการรณรงค์ข่มขู่ครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้ประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมพิธีในกรุงเตหะราน เพื่อไว้อาลัยแด่ อยาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คอเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามผู้พลีชีพ
คณะผู้แทนต่างประเทศจากทั่วโลกเดินทางมาถึงกรุงเตหะราน เพื่อเข้าร่วมพิธีอำลาและพิธีศพของ อยาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลามผู้ล่วงลับ โดยได้ร่วมแสดงความไว้อาลัย ณ แกรนด์ มูซ็อลลา (Grand Musalla) เคียงข้างเหล่าเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมไว้อาลัยชาวอิหร่าน
เมื่อวันศุกร์ (3 ก.ค.) แหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผยกับสำนักข่าวตัสนิมว่า ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา "เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการรณรงค์อย่างครอบคลุมเพื่อโน้มน้าวให้ประเทศต่าง ๆ ไม่เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยแก่ผู้นำผู้เสียสละ"
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เน้นย้ำในคำสั่งลับเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ถึงสถานทูตและคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐฯ ทุกแห่งว่า "ผู้รับคำสั่งนี้ทุกรายมีหน้าที่ต้องใช้ศักยภาพทั้งหมดของสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงต่อทางการของประเทศเจ้าภาพว่า การเข้าร่วมพิธีศพของผู้นำอิหร่านจะถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตร และจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีกับสหรัฐฯ"
นักการทูตอาหรับสองคนกล่าวโดยไม่ประสงค์ออกนามว่า มาร์โค รูบิโอ ได้หารือเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวกับคู่เจรจาจากอย่างน้อยห้าประเทศอาหรับ
เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศในแอฟริกาได้ขู่ไว้อย่างชัดเจนว่า หากพวกเขาร่วมพิธีศพของผู้นำผู้พลีชีพ ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาจากสหรัฐฯ แก่ประเทศเหล่านั้นอาจถูกตัดขาด
มีรายงานว่า สาเหตุที่ประเทศสำคัญในแอฟริกาเหนือตัดสินใจลดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีศพนั้น เป็นเพราะความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกา
จากการประเมินพบว่า อย่างน้อย 13 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศในยุโรปตะวันออก 3 ประเทศ ประเทศในแอฟริกา 5 ประเทศ ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย 2 ประเทศ และประเทศสำคัญในเอเชียตะวันออก 2 ประเทศ ได้ถอนตัวจากการเข้าร่วมพิธีภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา
บางประเทศที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมเนื่องจากแรงกดดันจากสหรัฐฯ ได้พยายามขอโทษและพยายามชี้แจงเหตุผลในการตัดสินใจของตนโดยส่งข้อความผ่านตัวกลางหรือผ่านสถานทูตและคณะผู้แทนทางการทูตในเจนีวาและนิวยอร์ก
นอกจากนี้ บางประเทศเหล่านี้ ได้ส่งนักการทูตของตนไปยังเตหะราน เพื่อเข้าร่วมพิธีดังกล่าว แต่ทางอิหร่านปฏิเสธ
ที่มา : สำนักข่าว mehrnews
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่