ตามที่นักวิเคราะห์ด้านการเมืองและการทหารของอิหร่านกล่าวว่า การแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ในระดับสูงด้านการทหารและความมั่นคงของอิหร่าน บ่งชี้ถึงท่าทีเชิงรุกที่มากขึ้นต่อสหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอล
ฮูเซน คานานี มุก็อดดัม อดีตผู้บัญชาการอาวุโสของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวกับสำนักข่าว Press TV ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเร่งการตัดสินใจและเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้ทางทหาร
เขากล่าวว่า “การปรับโครงสร้างทางทหารและความมั่นคงที่ดำเนินการไปนั้น บ่งชี้ถึงท่าทีทางทหารเชิงรุก ในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากสหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอล”
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อยาตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจญ์ตาบา คอเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ได้แต่งตั้งบุคคลใหม่ให้ดำรงตำแหน่งทางทหารระดับสูง 6 ตำแหน่ง การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อดีตผู้บัญชาการสูงสุดของ IRGC มุฮ์เซีน เรซาอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC)
ในคำสั่งที่ออกเมื่อวันจันทร์ พลตรี อาลี อับดุลลาฮี ได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาธิการทหารสูงสุด โดยมีพลจัตวา คิอูมาร์ส ฮัยดารี เป็นรองเสนาธิการ
พลตรี อาหมัด วาฮิดี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โดยมีพลตรี มุสตาฟา อิซาดี เป็นรองผู้บัญชาการ พลเรือตรี อาลี โอซามาอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ขณะที่ ฮูเซน ตาเอ็บ ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าองค์กรบาซิช
หนึ่งวันก่อนหน้านั้น อยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี ได้แต่งตั้ง เรซาอี เป็นผู้แทนของเขาในหน่วยงานความมั่นคงสูงสุดของประเทศ ต่อมาประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเกียน ได้แต่งตั้งเรซาอี เป็นเลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (SNSC) ซึ่งเป็นสถาบันตัดสินใจด้านความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน
ฮูเซน คานานี มุก็อดดัม กล่าวว่า การแต่งตั้งใหม่เหล่านี้ จะช่วยเร่งการตัดสินใจในด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ
“ผลจากการแต่งตั้งเหล่านี้ ทำให้กองกำลังมีการประสานงานกันมากขึ้น ช่องว่างในการตัดสินใจระหว่างเหล่าทัพลดลง และความเร็วในการตัดสินใจและการตอบโต้เพิ่มขึ้น” เขากล่าว “แทบจะกล่าวได้ว่า กองทัพของเรากลายเป็นกองกำลังตอบโต้เร็ว”
เขากล่าวเสริมว่า จากความคุ้นเคยกับผู้บัญชาการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ หลายคนมีประสบการณ์ภาคสนามและปฏิบัติการที่แข็งแกร่งกว่า และมีความพร้อมที่จะขยายปฏิบัติการออกไปนอกพรมแดนของอิหร่าน
อดีตผู้บัญชาการอาวุโสของ IRGC กล่าวกับสำนักข่าว Press TV ว่า “ผมรู้จักเพื่อนเหล่านี้ และพวกเขามีประสบการณ์ภาคสนามและปฏิบัติการมากกว่า และพวกเขามีศักยภาพที่จะขยายปฏิบัติการออกไปนอกพรมแดน”
เขาย้ำว่า หลักการรักษาความมั่นคงของอิหร่านนั้นรวมถึงองค์ประกอบของ “สงครามลูกผสมเชิงรุก” โดยกล่าวว่า มิตินี้ควรนำมาพิจารณาเมื่อประเมินโครงสร้างการบังคับบัญชาทางทหารใหม่ของประเทศ
การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลายเดือนหลังจากสงครามรุกรานระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งนำไปสู่การลอบสังหารผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้บัญชาการทหาร นอกเหนือจากพลเรือน รวมถึงเด็กนักเรียน
อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วภูมิภาค สร้างความเสียหายอย่างหนักและบีบให้ทั้งสองฝ่ายต้องขอสงบศึกฝ่ายเดียว
บันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่อิสลามาบัด ลงนามเมื่อกลางเดือนมิถุนายน มีจุดประสงค์เพื่อยุติสงครามที่ถูกบีบให้ยุติลงอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่วอชิงตันละเมิดข้อกำหนดเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซในการรุกรานอิหร่านรอบใหม่ เตหะรานจึงตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค รวมถึงในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน
ขณะที่การเพลิงสงครามหยุดชั่วคราว เนื่องจากการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการจัดการช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐอเมริกายังคงปิดล้อมทางทะเลอย่างผิดกฎหมายและขู่ว่าจะใช้กำลังทางทหารเพิ่มเติมต่อสาธารณรัฐอิสลาม
คานานี มุก็อดดัม กล่าวว่า การเผชิญหน้าในวงกว้างควรถูกมองผ่านมุมมองของอำนาจทางทหารมากกว่าการทูตเพียงอย่างเดียว
เขากล่าวกับสำนักข่าว Press TVว่า “ผมเชื่อว่า ไม่มีสันติภาพเกิดขึ้นได้หากปราศจากสงคราม”
“เราจะบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อเรารวมอำนาจของเราในสงครามโดยตรง ณ จุดนั้น ศัตรูจะถอยร่นและสันติภาพที่ยั่งยืนก็จะเกิดขึ้น มิฉะนั้น จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากการเจรจาและการหยุดยิงที่ตามมาด้วยสงครามอีกครั้ง วงจรนี้จะดำเนินต่อไป”
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่