หนังสือพิมพ์รายวันของอิสราเอล : การคุ้มครองของตุรกีในนาโต้ไม่ครอบคลุมถึงกองกำลังในซีเรีย
หนังสือพิมพ์รายวันของอิสราเอล : การคุ้มครองของตุรกีในนาโต้ไม่ครอบคลุมถึงกองกำลังในซีเรีย

บทความแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ฝ่ายขวาของอิสราเอลระบุว่า สนธิสัญญาป้องกันร่วมของนาโต้ ซึ่งระบุว่า การโจมตีสมาชิกใดสมาชิกหนึ่งของพันธมิตรทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ ถือเป็นการโจมตีทั้งหมดนั้น ไม่ครอบคลุมถึงกองกำลังตุรกีในซีเรีย

    หนังสือพิมพ์ อิสราเอล ฮายอม (Israel Hayom) ตีพิมพ์บทความดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) สองวันหลังจากที่อิสราเอลทิ้งระเบิดฐานทัพอากาศอาบู อัล-ดูฮูร์ ที่ปลดประจำการแล้วในซีเรียตะวันตกเฉียงเหนือ โดยอ้างว่า การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ระบอบการปกครอง ฮัยอัต ตะห์ริร์ อัล-ชาม (HTS) ได้ดำเนินการเพื่ออนุญาตให้กองกำลังตุรกีเข้ามาประจำการที่นั่น

    เชย์ กัล (Shay Gal) ที่ปรึกษาเชิงยุทธศาสตร์ของอิสราเอล ระบุในบทความว่า ก่อนที่กองทัพตุรกีจะมาถึง การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเป็นเป้าหมายที่ทำได้ แต่เมื่อกองทัพตุรกีประจำการแล้ว การโจมตีดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อความสูญเสียของทหารตุรกี การถูกตอบโต้ การแทรกแซงจากสหรัฐฯ และความขัดแย้งกับสมาชิกนาโต้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนเพียงการประเมินความคุ้มค่า ไม่ใช่อำนาจในการตัดสินใจของอิสราเอล

    เขากล่าวเสริมว่า "เทลอาวีฟไม่ได้ศึกษาแค่เพียงว่า มาตรา 5 ของนาโต้ (NATO's Article 5) ทำงานอย่างไรเท่านั้น แต่ยังศึกษาด้วยว่า มาตรานี้มีผลบังคับใช้ที่ไหนด้วย สนธิสัญญานี้คุ้มครองดินแดนของตุรกี แต่กองทัพตุรกีไม่ได้นำดินแดนนั้นติดตัวไปด้วย เมื่อเข้าไปในแผ่นดินซีเรียหรือดินแดนที่ถูกยึดครองในไซปรัส"

    กัล ยังได้เตือนอีกว่า “ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดระหว่างตุรกีกับระบอบปกครองของกลุ่มฮัยอัต ตะห์ริร์ อัล-ชาม (HTS) ถือเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล”

    "อังการา (ตุรกี) ได้ทำการฝึกกองกำลังซีเรียและฟื้นฟูสถาบันทางทหาร โดยในปี ค.ศ. 2025 ทีมทหารของตุรกีได้เข้าตรวจสอบฐานทัพ T4, พัลไมรา (Palmyra) และฮามา (Hama) เพื่อใช้เป็นพื้นที่สร้างความลึกทางยุทธศาสตร์ทหารของตุรกี ซึ่งในเวลาต่อมา อิสราเอลก็ได้เข้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น"

"ภายหลังการโจมตีเมื่อวันอังคาร สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ว่า เทลอาวีฟและดามัสกัสได้ตกลงที่จะคงสถานะเดิมด้านความมั่นคง (Security Status Quo) เอาไว้ ซึ่งเป็นสถานะที่ซีเรียเกือบจะละเมิดจากการอนุญาตให้กองทัพตุรกีเข้าไปวางกำลังที่ฐานทัพอากาศใกล้กับเมืองอเลปโป"

    อย่างไรก็ตาม อัสสาด อัล-ไชบานี (Asaad al-Shaibani) รัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรีย ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารของตุรกีได้เข้าเยี่ยมชมฐานทัพอากาศอาบู อัล-ดูฮูร์ (Abu al-Duhur) เมื่อไม่นานมานี้จริง แต่ปฏิเสธว่า ไม่มีแผนการใด ๆ ในการส่งกองกำลังทหารตุรกีเข้ามาประจำการ

    เขากล่าวกับ Axios เว็บไซต์ข่าวของสหรัฐฯ ว่า 'ไม่มีการเสริมกำลังทหารของตุรกีที่ฐานทัพแห่งนั้นในแง่มุมใดก็ตาม ที่จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อตีความไปในทิศทางนั้นได้เลย”

    ในขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของตุรกีได้ปฏิเสธว่า ไม่มีคณะผู้แทนทางทหารของตุรกีเดินทางไปเยือนฐานทัพอากาศแห่งนั้น ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุอิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่พื้นที่ดังกล่าว

    ทอม บาร์แร็ค (Tom Barrack) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำตุรกีและผู้แทนพิเศษประจำซีเรีย ได้ออกมาเรียกการโจมตีของอิสราเอลในครั้งนี้ว่า “เป็นการยกระดับความรุนแรงที่ไม่มีความจำเป็น"

    ซีเรียต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศและการรุกคืบภาคพื้นดินจากอิสราเอลอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภายหลังการล่มสลายของรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.2024

    อิสราเอลยังได้ตั้งจุดตรวจหลายแห่งในซีเรียและลักพาตัวพลเมืองของตน นอกจากนี้ หน่วยงานผู้เข้ายึดครอง (อิสราเอล) ยังได้ขยายการควบคุมเหนือพื้นที่ราบสูงโกลันที่ถูกยึดครอง โดยเข้ายึดพื้นที่เขตกันชนปลอดทหาร ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงการแยกกำลังพลปี 1974 (1974 Disengagement Agreement)

    องค์การสหประชาชาติ (UN) และกลุ่มประเทศอาหรับหลายประเทศได้ออกมาประณามอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า อิสราเอลฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความระส่ำระสายภายในประเทศซีเรียเพื่อขยายดินแดนและผลประโยชน์ของตนเอง


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 66 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30893632
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
292
7838
45360
30770463
268526
317935
30893632

ส 22 ส.ค. 2026 :: 01:10:42