IRGC โจมตีเรือรบสหรัฐฯ 2 ลำ เรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำ และเรืออื่น ๆ อีก 10 ลำ เพื่อตอบโต้การรุกราน
IRGC โจมตีเรือรบสหรัฐฯ 2 ลำ เรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำ และเรืออื่น ๆ อีก 10 ลำ เพื่อตอบโต้การรุกราน

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า เรือของสหรัฐฯ 2 ลำ เรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำ และเรืออื่น ๆ อีก 10 ลำ ซึ่งพยายามแล่นผ่านเขตห้ามเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตกเป็นเป้าหมายในการปฏิบัติการตอบโต้ระลอกล่าสุดของอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามการรุกรานที่กระทำต่อประเทศ

    ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธ (9 ก.ย.) กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ IRGC ระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้กรณีที่กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นกองกำลังก่อการร้าย ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจำนวน 5 ลำ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

    แถลงการณ์ระบุว่า "กองทัพเรือ IRGC ผู้กล้าหาญ ได้โจมตีเรือสหรัฐฯ 2 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำ ในพื้นที่ดังกล่าวจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพื่อตอบโต้การรุกรานและความเป็นปรปักษ์ของกองทัพสหรัฐฯ ที่กระทำการก่อการร้ายด้วยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ ในอ่าวเปอร์เซีย"

    นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า มีเรืออีก 10 ลำ ตกเป็นเป้าหมายหลังจากพยายามแล่นผ่านพื้นที่ห้ามเดินเรือและพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ โดยได้รับการ "ยั่วยุและสนับสนุน" จากสหรัฐอเมริกา

    แถลงการณ์กล่าวสรุปว่า "ช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังและการควบคุมอย่างเข้มงวดของกองทัพเรือ IRGC ผู้มีความสามารถและกล้าหาญ"

    แถลงการณ์ระบุว่ากองทัพเรือ IRGC ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จและปกป้องความไว้วางใจของประชาชนชาวอิหร่าน

    ก่อนหน้านี้ในคืนเดียวกัน IRGC เปิดเผยว่า กองกำลังการบินและอวกาศ (Aerospace Force) ของตน ได้ระดมยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศอัล-อัซรัค (al-Azraq) ของสหรัฐฯ ในจอร์แดน ส่งผลให้ "กองกำลังฝ่ายศัตรูได้รับความเสียหายอย่างหนัก"

    ตามข้อมูลในแถลงการณ์ การโจมตีดังกล่าวใช้ทั้งขีปนาวุธนำวิถีแบบเชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลว โดยมุ่งเป้าไปที่โรงเก็บเครื่องบินเพื่อการซ่อมบำรุง สิ่งอำนวยความสะดวกในการเตรียมเครื่องบิน และโรงเก็บเครื่องบินรบ F-35, F-16 และ F-15

    เส้นทางเดินเรือแห่งนี้กลายเป็นสมรภูมิสำคัญในสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้อิหร่านต้องเพิ่มมาตรการควบคุมกิจกรรมทางทะเลทั้งภายในและโดยรอบช่องแคบดังกล่าว

    การปะทะทางทหารในช่วงที่ผ่านมาประกอบด้วยการที่สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน และการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีกองกำลังทางเรือของสหรัฐฯ

    ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันอังคาร กองทัพเรือ IRGC ประกาศว่า สามารถสกัดกั้นและยึดยานปฏิบัติการใต้น้ำไร้คนขับ (UUV) ของสหรัฐฯ ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงได้สำเร็จ บริเวณปากทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ แถลงการณ์ระบุว่า ยานดำน้ำไร้คนขับลำดังกล่าวติดตั้งเทคโนโลยีใต้น้ำที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก และถูกส่งมอบให้กับกองทัพสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2025

    การยึดยานปฏิบัติการใต้น้ำไร้คนขับ (UUV) ได้นี้ ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่อิหร่านได้สกัดกั้นและยึดเทคโนโลยีทางทหารอันล้ำสมัยของชาติตะวันตก

    ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กองกำลังอิหร่านประสบความสำเร็จในการสอยร่วงหรือยึดทรัพย์สินทางทหารที่มีมูลค่าสูงของสหรัฐฯ มาแล้วหลายรายการ ซึ่งรวมถึงโดรนล่องหน RQ-170 Sentinel, โดรน MQ-9 Reaper ตลอดจนยานร่อนใต้น้ำ (underwater gliders) และเรือผิวน้ำประเภทต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซีย

    ในอดีต การนำเทคโนโลยีที่ยึดมาได้เหล่านี้มาทำการวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse-engineering) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเร่งพัฒนาโครงการโดรนและยานพาหนะทางเรือไร้คนขับ (UUV / USV) ภายในประเทศของอิหร่าน


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 347 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31078125
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
7699
10703
49015
30971502
90182
362837
31078125

พฤ 10 ก.ย. 2026 :: 19:59:14