มีรายงานว่ารัฐบาลของทรัมป์กำลังจัดเตรียมแพ็กเกจมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งมอบระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ จำนวน 40,000 ลูก (รวมน้ำหนักกว่า 40,000 ตัน) ให้แก่รัฐบาลอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการส่งมอบอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
หนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) รายงานเมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.) โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า มาตรการสนับสนุนดังกล่าวประกอบด้วยระเบิดรุ่น MK-84 จำนวน 20,000 ลูก, รุ่น BLU-117 จำนวน 20,000 ลูก และหัวรบเจาะทะลุทำลายรุ่น I-2000 อีกจำนวน 20,000 หัว
แม้ว่าจะถูกระบุว่าเป็น ‘การขาย’ แต่โครงการนี้จะได้รับเงินสนับสนุนผ่านโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่กองทัพต่างประเทศของสหรัฐฯ (Foreign Military Financing หรือ FMF) ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลวอชิงตันจะมอบเงินทุนให้แก่รัฐบาลอิสราเอลนำไปใช้ซื้ออาวุธของอเมริกา
ทรัมป์กำลังกดดันสภาคองเกรสให้ยอมอนุมัติมาตรการสนับสนุนนี้โดยเร็ว
โครงการส่งมอบอาวุธที่ถูกเสนอขึ้นนี้ ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการไปยังคณะกรรมการต่าง ๆ ของสภาคองเกรสแล้ว โดยรัฐบาลทรัมป์กำลังเร่งกดดันให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสภาเร่งอนุมัติโครงการดังกล่าว
ทักเกอร์ คาร์ลสัน (Tucker Carlson) นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวนี้ โดยเขาได้วิพากษ์วิจารณ์แผนการส่งมอบอาวุธดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องขนาดและปริมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
คาร์ลสันระบุข้อความดังกล่าวบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า “นี่ดูเหมือนจะเป็นการส่งมอบระเบิดทำลายล้างแบบธรรมดา (conventional explosive ordnance) ครั้งใหญ่ที่สุดจากสหรัฐอเมริกาในประวัติศาสตร์ยุคใหม่”
คาร์ลสันได้เปรียบเทียบปริมาณระเบิด 40,000 ตัน ที่ถูกเสนอในแผนการนี้ กับปฏิบัติการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า ปฏิบัติการโจมตีกรุงเบอร์ลินของกองทัพอากาศที่ 8 เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1945 นั้น ใช้ระเบิดไปประมาณ 3,000 ตัน ในขณะที่ปฏิบัติการมีตติ้งเฮาส์ (Operation Meetinghouse) เหนือน่านฟ้ากรุงโตเกียว ใช้ระเบิดไปประมาณ 1,600 ตัน
“คาร์ลสันตั้งคำถามว่า : อิสราเอลกำลังทำสงครามโลกครั้งที่สองอยู่หรืออย่างไร?”
เขาแย้งว่า ขนาดของการส่งมอบอาวุธที่เสนอขึ้นนี้ไม่มีบรรทัดฐานทางประวัติศาสตร์รองรับเลย และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและเหตุผลความจำเป็นทางทหารในการนำอาวุธร้ายแรงเช่นนี้ไปใช้ในภูมิภาคดังกล่าว
“และมันไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่ชอบธรรมเลยด้วยซ้ำ” คาร์ลสัน ระบุ พร้อมกล่าวว่า การส่งมอบอาวุธในครั้งนี้ มีขนาดมหาศาลเสียจนทำให้คนคิดไปได้ว่า รัฐบาลอิสราเอลกำลังทำ ‘สงครามโลกครั้งที่สอง’ อยู่
นอกจากนี้ คาร์ลสัน ยังชี้ว่า อานุภาพการทำลายล้างของอาวุธเหล่านี้ทำให้การนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง โดยเขายกตัวอย่างขีดความสามารถของระเบิดรุ่น MK-84 ที่สามารถทำให้ตึกถล่มและสร้างหลุมระเบิดขนาดใหญ่ได้ พร้อมทั้งเตือนความจำว่ารัฐบาลอิสราเอลได้ใช้ระเบิดลักษณะดังกล่าวไปแล้วหลายร้อยลูกในฉนวนกาซา
ของขวัญที่สนับสนุนโดยเงินภาษีของประชาชนให้แก่อิสราเอล
นักวิจารณ์รายนี้ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า การส่งมอบอาวุธดังกล่าวถือเป็น ‘ของขวัญที่สนับสนุนโดยเงินภาษีของประชาชน’ มากกว่า จะเป็นการซื้อขายอาวุธแบบทั่วไป โดยเขาได้ชี้ให้เห็นถึงกลไกของโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่กองทัพต่างประเทศ (FMF)
วุฒิสมาชิก คริส แวน ฮอลเลน (Chris Van Hollen) กล่าวว่า เขาตั้งใจที่จะคัดค้านการขายในครั้งนี้ โดยให้เหตุผลในทำนองเดียวกันว่า รัฐบาลกำลังส่งมอบระเบิดที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินภาษีของประชาชน ในขณะที่กองกำลังอิสราเอลยังคงเดินหน้าทำสงครามก้าวร้าวในฉนวนกาซาและเลบานอนต่อไป
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นการเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับข้อตกลงซื้อขายที่ยังคงค้างอยู่ดังกล่าว
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่