รายงานระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กำลังแสวงหาความเห็นชอบจากซาอุดีอาระเบีย โดยผ่านสื่อกลางของสหรัฐฯ เพื่อให้อิสราเอลเข้าร่วมในการปฏิบัติการโจมตีต่อต้านเยเมน
ตามรายงานของสำนักข่าวฮาอาเร็ตซ์ (Haaretz) ระบุว่า เนทันยาฮูมองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นช่องทางในการพัฒนาความสัมพันธ์กับรัฐริยาด (ซาอุดีอาระเบีย) และเป็นการปูทางไปสู่การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตให้กลับมาเป็นปกติในอนาคต
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มกุฎราชกุมารมูฮัมมัด บิน ซัลมาน ได้คัดค้านการตัดสินใจดังกล่าวเนื่องจากหวั่นเกรงกระแสต้านจากสาธารณชน และหากปราศจากความเห็นชอบจากบิน ซัลมาน ในฐานะนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักร ซาอุดีอาระเบียก็ไม่น่าจะอนุญาตให้อิสราเอลเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้
ซาอุดีอาระเบียได้แถลงย้ำอยู่บ่อยครั้งว่า จะยอมปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติกับอิสราเอล ก็ต่อเมื่อมีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ขึ้นมาแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เนทันยาฮูให้คำมั่นไว้ว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพเยเมนได้ขยายอิทธิพลไปตามแนวชายฝั่งตะวันตกและรอบช่องแคบบาบ อัล มันเดบ (Bab al-Mandeb) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ พร้อมทั้งสามารถยึดพื้นที่คืนจากกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียได้สำเร็จ
รัฐบาลซานาได้ประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เพื่อตอบโต้ต่อสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า 'การปิดล้อมที่อยุติธรรมและกดขี่ทารุณ' ต่อเยเมน ซึ่งดำเนินมายาวนานเกือบ 12 ปี
กองทัพเยเมนได้ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการหลายครั้ง ที่มีเป้าหมายโจมตีเรือที่มีความเชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง
เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มพันธมิตรได้เริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมต่อเยเมน พร้อมทั้งเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ โดยได้รับการสนับสนุนทั้งทางทหาร ทางการเมือง และการส่งกำลังบำรุงจากสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศตะวันตกอีกหลายประเทศ
สงครามครั้งนี้ส่งผลให้ชาวเยเมนเสียชีวิตไปแล้วหลายหมื่นคน อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียก็ยังประสบความล้มเหลวในการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ นั่นคือการจัดตั้งระบอบการปกครองหุ่นเชิดขึ้นมาใหม่เพื่อเอื้อผลประโยชน์ต่อตนเอง
กลุ่มอันซอรุลลอฮ์ของเยเมนได้ประกาศว่า กองทัพของประเทศจะเดินหน้ายกระดับปฏิบัติการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงยึดมั่นในสมการ 'ปิดล้อมมาปิดล้อมกลับ และยกระดับมาก็ยกระดับกลับ' (blockade for blockade and escalation for escalation) จนกว่าการปฏิบัติการโจมตีต่อเยเมนจะยุติลงและมาตรการปิดล้อมจะถูกยกเลิก
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่