มีรายงานว่า ผลเอ็กซิตโพล (Exit polls) จากการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลบ่งชี้ว่า ทั้งกลุ่มพันธมิตรของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และกลุ่มฝ่ายค้าน ต่างถูกคาดการณ์ว่าอาจจะได้ที่นั่งไม่ถึงเกณฑ์เสียงข้างมากในรัฐสภา
สื่ออิสราเอลหลายสำนักรายงานว่า ผลการสำรวจความเห็น (เอ็กซิตโพล) ที่ปรากฏออกมาในช่วงเช้าวันพุธ (28 ต.ค.) หรือหนึ่งวันหลังการเลือกตั้ง คาดการณ์ว่า พรรคลิคุด (Likud) ของนายเนทันยาฮู จะคว้าที่นั่งไปได้ 27 ที่นั่ง นำหน้าพรรคยาชาร์ (Yashar) ที่นำโดย นายกาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเขา ที่คาดว่าจะได้ที่นั่งไปราว 21 ถึง 22 ที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังคงมีคะแนนสูสีกันมาก โดยคาดว่า กลุ่มพันธมิตรของเนทันยาฮูจะได้ที่นั่งราว 50 ที่นั่ง ซึ่งยังขาดอีกประมาณ 11 ที่นั่ง จึงจะครบเกณฑ์เสียงข้างมากขั้นต่ำสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลในสภาคเนสเซต (รัฐสภาอิสราเอล) ที่มีสมาชิกทั้งหมด 120 คน
นักวิเคราะห์ชี้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจนำไปสู่ภาวะสุญญากาศทางการเมืองที่ยืดเยื้อ และอาจต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งในระหว่างนั้น นายเนทันยาฮูจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไป
ขณะที่ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ที่เป็นชาวปาเลสไตน์มีจำนวนสูงเป็นพิเศษ โดยคาดว่า กลุ่มการเมืองอาหรับทั้งสองกลุ่มจะคว้าเก้าอี้รวมกันได้ประมาณ 18 ที่นั่ง
หากผลคะแนนที่คาดการณ์ไว้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง พรรคการเมืองอาหรับอาจกลายเป็นผู้มีบทบาทตัดสินใจครั้งสำคัญในการกำหนดว่า ฝ่ายค้านจะสามารถจัดตั้งพันธมิตรรัฐบาลได้สำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคฝ่ายค้านบางรายได้ปฏิเสธที่จะร่วมทำงานโดยตรงกับตัวแทนของชาวอาหรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวระบุว่า กลุ่มเดอะ จอยต์ ลิสต์ (The Joint List) ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองของกลุ่มพรรคการเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับ มีความเป็นไปได้น้อยลงที่จะเข้าร่วมในรัฐบาลผสม ที่นำโดยอิสราเอลอย่างเป็นทางการ หากไม่ได้รับข้อผูกมัดหรือคำมั่นสัญญาว่าจะมีการรื้อฟื้นกระบวนการเจรจากับองค์การบริหารปาเลสไตน์ (Palestinian Authority) อีกครั้ง
เนทันยาฮู และไอเซนคอต ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากกล่าวหาและโจมตีซึ่งกันและกัน
ในการแถลงต่อกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคลิคุดก่อนหน้านี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู อ้างว่า กลุ่มการเมืองของเขาได้รับ 'เสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด' จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นอกจากนี้ เขายังได้แสดงท่าทีปฏิเสธโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ต้องพึ่งพิงหรือขึ้นตรงกับพรรคการเมืองอาหรับอีกด้วย
ด้าน ไอเซนคอต ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เนทันยาฮู ลงจากตำแหน่ง พร้อมกับกล่าวว่า 'พรรคร่วมรัฐบาลแห่งความล้มเหลวชุดนี้ ได้สูญเสียความไว้วางใจ' จากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การหาเสียงของเขาเน้นย้ำไปที่ความรับผิดชอบของเนทันยาฮูต่อความล้มเหลวในช่วงปฏิบัติการต่อต้านครั้งประวัติศาสตร์ 'พายุ อัล-อักซอ ' เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2023 ซึ่งครั้งนั้นกลุ่มนักรบฝ่ายต่อต้านได้บุกโจมตีดินแดนยึดครอง โอบล้อมฐานที่มั่นทางทหาร และควบคุมตัวชาวไซโอนิสต์ไว้ได้หลายร้อยคน
ความล้มเหลวในการเลือกตั้งของกลุ่มพันธมิตรของเนทันยาฮูเกิดขึ้นทั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนอย่างชัดเจนถึงสองครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ตามบทบัญญัติและแนวทางปฏิบัติทางการเมืองของอิสราเอล หัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีอิสราเอล จะได้รับกรอบระยะเวลา 28 วัน ในการดำเนินการจัดตั้งพันธมิตรรัฐบาล โดยมีสิทธิ์ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาเพิ่มเติมได้อีก 14 วัน
บรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญมองว่า ความสามารถของฝ่ายค้านในการร่วมมือกับพรรคการเมืองของชาวอาหรับ อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลอย่างยิ่ง
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่