พรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ และคว้าชัยชนะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งกลางเทอม
ในการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อวันอังคาร (3 พ.ย.) ที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตสามารถพลิกชิงที่นั่งในวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยพรรครีพับลิกันได้ 6 ที่นั่ง และในสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อย 8 ที่นั่ง ส่งผลให้คว้าเสียงข้างมากได้สำเร็จทั้งสองสภา และยุติการครองอำนาจของพรรครีพับลิกันในรัฐสภาสำหรับช่วง 2 ปี สุดท้ายของตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์
ชัยชนะในวุฒิสภาครั้งนี้ขยายวงกว้างเข้าไปในกลุ่มรัฐที่เป็นฐานเสียงดั้งเดิมของพรรครีพับลิกัน รวมถึงเท็กซัส แคนซัส เซาท์แคโรไลนา โอไฮโอ และไอโอวา ซึ่งผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตสามารถเอาชนะทั้งอดีต ส.ว. เจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรครีพับลิกัน และผู้สมัครคู่แข่งที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์
ในรัฐเท็กซัส เจมส์ ทาลาริโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐจากพรรคเดโมแครต สามารถเอาชนะ วอร์เรน เคนเนธ แพกซ์ตัน อัยการสูงสุดจากพรรครีพับลิกัน ขณะที่ เชอร์รอด บราวน์ จากพรรคเดโมแครต สามารถทวงคืนที่นั่งในวุฒิสภาของรัฐโอไฮโอ ซึ่งเดิมเป็นของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ได้สำเร็จ
ผลการเลือกตั้งในรัฐเซาท์แคโรไลนานับว่าน่าตกใจเป็นพิเศษ เนื่องจาก แอนน์ เอลิซาเบธ แอนดรูว์ส จากพรรคเดโมแครต สามารถเอาชนะ ดาร์ลีน แกรแฮม ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ ในรัฐที่ทรัมป์เคยชนะด้วยคะแนนนำเกือบ 18 เปอร์เซ็นต์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี ค.ศ. 2024
ในรัฐแคนซัส แอดัม แฮมิลตัน จากพรรคเดโมแครต สามารถเอาชนะ โรเจอร์ มาร์แชลล์ เจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรครีพับลิกัน ทำให้เขากลายเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตคนแรกที่ชนะการเลือกตั้งในรัฐนี้ นับตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ขณะที่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา รอย แอสเบอร์รี คูเปอร์ จากพรรคเดโมแครต สามารถเอาชนะ ไมเคิล วัตลีย์ ผู้สมัครที่ทรัมป์เลือกสรรมากับมือได้สำเร็จ
นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตยังสามารถคว้าที่นั่งในวุฒิสภาของรัฐไอโอวา ที่เดิมเป็นของพรรครีพับลิกันมาได้เช่นกัน โดย โจชัว ปีเตอร์ ทูเรก สามารถเอาชนะคู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน ส่งผลให้พรรคเดโมแครตมีจำนวนที่นั่งในวุฒิสภาเพิ่มขึ้นรวมเป็น 6 ที่นั่ง
ชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยพรรคเดโมแครตสามารถพลิกชนะที่นั่งที่เดิมเป็นของพรรครีพับลิกันได้อย่างน้อย 8 ที่นั่ง ในหลายรัฐ รวมถึงเคนทักกี นิวเจอร์ซีย์ และนอร์ทแคโรไลนา ส่งผลให้พรรคสามารถแย่งชิงที่นั่งมาได้แม้ในเขตเลือกตั้งที่ถือว่าเป็นฐานเสียงแนวอนุรักษนิยมที่เหนียวแน่น
พรรคเดโมแครตยังสามารถรักษาพื้นที่เขตเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร 3 เขตในรัฐฟลอริดาเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเขตที่ฝ่ายนิติบัญญัติของพรรครีพับลิกันได้แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทั้งที่ทั้ง 3 เขตนี้เคยลงคะแนนสนับสนุนทรัมป์ด้วยคะแนนนำอย่างน้อย 9 จุดเปอร์เซ็นต์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี ค.ศ.2024
ผลการเลือกตั้งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างลึกซึ้งของ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการบริหารนโยบายทั้งภายในและต่างประเทศของทรัมป์ โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเกือบ 9 ใน 10 คน ต่างพิจารณาว่า ค่าครองชีพคือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงคะแนนของพวกเขา
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 2 ใน 3 ต่างโทษว่า ทรัมป์เป็นสาเหตุของราคาสินค้าที่แพงขึ้น ขณะที่ประมาณ 3 ใน 4 ระบุว่า พวกเขารู้สึกโกรธหรือไม่พอใจกับทิศทางของประเทศ ตามผลสำรวจหน้าคูหาเลือกตั้ง (exit poll) ที่รายงานโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส
สงครามต่อต้านอิหร่านยังกลายเป็นอีกหนึ่งชนวนเหตุสำคัญที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้คน เนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าวได้ฉุดให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้น และยิ่งเพิ่มความกังวลต่อค่าครองชีพให้รุนแรงยิ่งขึ้น
การสนับสนุนอิสราเอลของทรัมป์ ยังได้กลายมาเป็นชนวนเหตุของความแตกแยกทางการเมืองภายในประเทศ ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากสาธารณชนที่เพิ่มมากขึ้นต่อการให้ความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการลำดับความสำคัญของนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลวอชิงตัน
การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองในวงกว้างว่าเป็นเหมือนการทำประชามติพิจารณาผลงานของทรัมป์ ผู้ซึ่งลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้แก่ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันด้วยตัวเอง และเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแสดงพลังราวกับว่า ตัวเขาเองมีชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้งด้วย
ทรัมป์ได้ทุ่มเทหาเสียงอย่างหนักให้กับผู้สมัครหลายคนที่ปราชัยในการเลือกตั้ง ซึ่งรวมถึงแพกซ์ตัน และแกรแฮม แต่เขากลับพยายามทำตัวออกห่างจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หลังจากความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันเริ่มปรากฏชัดเจน โดยได้โพสต์ข้อความบน ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่า “ผมไม่ได้มีชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้ง และถ้าผมมีชื่ออยู่ พวกเราคงชนะอย่างถล่มทลายไปแล้ว!
ชัยชนะในครั้งนี้ ทำให้พรรคเดโมแครตได้เข้ามาควบคุมคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถเปิดฉากการสอบสวนการทำงานของรัฐบาลทรัมป์ ออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่มาให้การ และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลกลางได้อย่างละเอียด
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่