มูฮัมมัด บาเกอร์ ซุลก็อดร์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินอยู่จะดำเนินต่อไปจนกว่า “ศัตรูจะยอมจำนนโดยสิ้นเชิง” และเป็นการตอบโต้ต่อการสังหารหมู่เด็กในมินาบและลาเมิร์ด
ในข้อความที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ (25 ก.ค.) ซุลก็อดร์ กล่าวว่า “กลุ่มควันที่ลอยขึ้นทุกพื้นที่ในภูมิภาคหมายความว่า ศูนย์กลางทางทหาร ความมั่นคง หรือการเงินของสหรัฐฯ ถูกโจมตี”
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวเสริมว่า “การโจมตีอย่างต่อเนื่องและตรงเป้าหมาย” โดยนักรบอิหร่านนั้น “เป็นการระบายความโกรธแค้นของประชาชาติอิหร่านที่ตื่นขึ้นต่อระบบการครอบงำ” และจะดำเนินต่อไป “จนกว่าศัตรูจะยอมจำนนโดยสิ้นเชิงและมีการแก้แค้นให้กับเลือดของเด็กที่ถูกกดขี่ในมินาบและลาเมิร์ด อินชาอัลลอฮ์ (หากพระเจ้าทรงประสงค์)”
สงครามรุกรานอิหร่านที่ผิดกฎหมายระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว
เมื่อวันที่ 8 เมษายน หลังจากผ่านไป 40 วัน เนื่องจากการตอบโต้ของอิหร่านและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงถูกบีบให้ตกลงหยุดยิง
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้เริ่มการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หลังจากละเมิดบันทึกความเข้าใจที่ปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน โดยพยายามเคลื่อนพลทางเรือโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกองทัพเรืออิหร่านได้สกัดกั้นเรือเหล่านั้นเพื่อบังคับใช้ข้อตกลง
กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีทางอากาศทั่วประเทศติดต่อกัน 13 คืน โดยมุ่งเป้าไปที่สถานที่พลเรือน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม สะพาน และโรงงานผลิตน้ำจืด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 55 คน และบาดเจ็บ 645 คน
เพื่อตอบโต้ กองทัพอิหร่านได้ทำการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่