หน่วยบัญชาการปฏิบัติการสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า สาธารณรัฐอิสลามจะตอบโต้การรุกรานอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ด้วยการตอบโต้ที่ “รุนแรง กว้างขวาง และทำลายล้างยิ่งกว่าเดิม” ปฏิบัติการโจมตีต่อชาวอเมริกันเหล่านี้ จะดำเนินต่อไปเพื่อเป็นบทเรียนสำหรับพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะเสียใจต่อการกระทำรุกรานของพวกเขา
พันโท อิบราฮิม ซุลฟากอรี โฆษกของกองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา (ซ็อลฯ) กล่าวเมื่อวันพุธ (2 ก.ย.) หลังจากกองทัพอิหร่านได้โจมตีฐานที่มั่นของสหรัฐฯ หลายแห่งทั่วภูมิภาคด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างเด็ดขาด
โฆษกของกองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา (ซ็อลฯ) ย้ำว่า การตอบโต้ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการรุกรานครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายภายในสาธารณรัฐอิสลาม รวมถึงสิ่งปลูกสร้าง พลเรือน “ได้สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก อาวุธ และยุทโธปกรณ์ที่ฐานทัพ และทำให้ผู้บัญชาการและทหารอเมริกันจำนวนมากเสียชีวิตและบาดเจ็บ”
“ปฏิบัติการโจมตีต่อชาวอเมริกันเหล่านี้ จะดำเนินต่อไปเพื่อเป็นบทเรียนสำหรับพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะเสียใจต่อการกระทำรุกรานของพวกเขา”
เขายังเตือนด้วยว่า ประเทศใดก็ตามที่ร่วมมือกับผู้รุกรานจะต้องเตรียมพร้อมรับผลที่ตามมาอันร้ายแรง
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เรียกร้องให้รัฐในภูมิภาคขับไล่กองกำลังอเมริกัน
ขณะเดียวกัน นายพล ยาดุลลอฮ์ ญาวานี รองผู้บัญชาการฝ่ายกิจการการเมืองของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ได้กล่าวโดยตรงต่อประเทศในภูมิภาคที่ให้ที่พักพิงแก่กองกำลังสหรัฐฯ ว่า “จะเป็นการดีกว่าหากพวกท่านขับไล่ชาวอเมริกันออกจากประเทศของพวกท่านและยึดฐานทัพคืน”
“มิเช่นนั้น กองทัพอิหร่านได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การรุกรานอิหร่านใด ๆ ที่เริ่มต้นจากจุดใดก็ตามในคูเวต บาห์เรน จอร์แดน หรือประเทศอื่น ๆ จะได้รับการตอบโต้ที่เด็ดขาดและรุนแรง”
กระทรวงการต่างประเทศ : การกระทำที่โหดร้ายจะต้องได้รับการตอบโต้ด้วยความเด็ดขาด
ในวันพุธ (2 ก.ย.) เช่นกัน อิสมาเอล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ได้กล่าวถึงการโจมตีของสหรัฐฯ ในจังหวัดฮอร์โมซกันทางตอนใต้ของอิหร่าน เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และบาดเจ็บอีก 68 คน หลังจากสะเก็ดระเบิดตกใส่พิธีแต่งงาน
“บัญชีรายชื่อความป่าเถื่อนที่สหรัฐอเมริกาทำไว้กับประเทศอิหร่าน บัดนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว”
นายบาเกอี กล่าวเสริมว่า ความโหดร้ายดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งคร่าชีวิตพลเรือนหลายร้อยคนในภาคใต้ของอิหร่าน
“ความโหดร้ายนี้ไม่อาจแยกออกจากห่วงโซ่แห่งความโหดร้ายได้” เขากล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า “อิหร่านจะตอบโต้ความโหดร้ายเหล่านี้อย่างเด็ดขาด”
เจ้าหน้าที่ยังประณามการนิ่งเฉยของนานาชาติ เมื่อเผชิญกับความโหดร้ายเช่นนี้ โดยกล่าวว่าความเฉื่อยชาดังกล่าวเท่ากับ “การทำให้การทิ้งระเบิดเป็นเรื่องปกติ” “ผู้ที่นิ่งเฉยในวันนี้จะไม่รอดพ้นจากผลที่ตามมาในวันพรุ่งนี้ การเมินเฉยต่อความอยุติธรรมไม่ได้ช่วยยับยั้งมัน แต่กลับยิ่งทำให้ผู้กระทำผิดฮึกเหิม”
หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของรัฐสภาอิหร่าน : การโจมตีจะไม่ได้รับการปล่อยลอยนวล
อิบราฮิม อาซิซี หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน ประณามการรุกรานของสหรัฐฯ โดยกล่าวว่าเป็นการ “พิสูจน์ขั้นสุดท้ายถึงความสิ้นหวังอย่างที่สุดของผู้ที่แสร้งทำเป็นปกป้องสิทธิมนุษยชน”
“อย่าเข้าใจผิด : อาชญากรรมเหล่านี้จะไม่รอดพ้นจากการลงโทษ ไม่มีอะไรจะปกป้องพวกเขา (ผู้รุกราน) จากเจตจำนงอันเด็ดเดี่ยวของกองทัพอิหร่านได้”
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่