สหราชอาณาจักรเพิ่มบทบาททางทหารในสงครามที่นำโดยซาอุดีอาระเบียต่อเยเมน ด้วยการส่งเครื่องบินรบ
สหราชอาณาจักรเพิ่มบทบาททางทหารในสงครามที่นำโดยซาอุดีอาระเบียต่อเยเมน ด้วยการส่งเครื่องบินรบ

สหราชอาณาจักรเตรียมส่งกำลังพลเครื่องบินรบไทฟูน (Typhoon) ของกองทัพอากาศของอังกฤษ (RAF) ไปยังซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการแสดงถึงการยกระดับการมีส่วนร่วมของอังกฤษในสงครามเยเมนที่รัฐบาลริยาดเป็นผู้เปิดฉากต่อเยเมน

    กระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะรวมถึงการส่งเครื่องบินรบไทฟูน (Typhoon) ของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) เพื่อปฏิบัติภารกิจเชิงป้องกันในการปกป้องเมือง ท่าอากาศยาน และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย จากการโจมตีโต้กลับของกองทัพเยเมน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยจำนวนของเครื่องบินที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้   

    การส่งกำลังพลในครั้งนี้จะมาพร้อมกับที่ปรึกษาทางทหารและเครื่องบินลำเลียงแอตลาส เอ400เอ็ม (Atlas A400M) ขณะที่ข้อตกลงเดิมในการสนับสนุนการเติมน้ำมันกลางอากาศให้กับเครื่องบินรบของซาอุดีอาระเบีย ผ่านเครื่องบินวอยเอเจอร์ (Voyager) ของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) จะยังคงดำเนินต่อไป

    การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการหารือระหว่าง เวส สตรีทติง (Wes Streeting) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ และ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ณ อาคารเพนตากอน เพื่อเข้าร่วมกับทางซาอุดีอาระเบียในการโจมตีเยเมน

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความร่วมมือทางทหารอันยาวนานระหว่างอังกฤษกับซาอุดีอาระเบีย โดยบริษัท บีเออี ซิสเต็มส์ (BAE Systems) ได้จัดหาเครื่องบินรบ ยูโรไฟต์เตอร์ ไทฟูน (Eurofighter Typhoon) จำนวน 72 ลำ ให้แก่รัฐบาลริยาด ภายใต้ข้อตกลงดั้งเดิมที่มีมูลค่า 4.4 พันล้านปอนด์ ในขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดซื้อเครื่องบินเพิ่มเติมอีก 48 ลำนั้น ได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

    ในแถลงการณ์ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศและผู้พำนักในต่างแดนของเยเมนได้ประณามการโจมตีของซาอุดีอาระเบียที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่ทางทหาร ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญากรุงเจนีวาฉบับที่สี่ปี ค.ศ. 1949 และพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่หนึ่งปี ค.ศ. 1977

    การยกระดับความรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ เริ่มขึ้นหลังจากที่ซาอุดีอาระเบียได้ทิ้งระเบิดโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติซานาในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้กองทัพเยเมนตอบโต้ด้วยการดำเนินนโยบาย 'ปิดล้อมตอบโต้การปิดล้อม' และประกาศคว่ำบาตรการเดินเรือของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง

    กองทัพเยเมนได้ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการทางเรือหลายครั้ง ที่มุ่งเป้าไปยังเรือที่มีความเชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ซึ่งเป็นการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมและส่งผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานของรัฐบาลริยาด

    กองกำลังเยเมนได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้เป้าหมายลึกเข้าไปในซาอุดีอาระเบีย และรุกคืบอย่างรวดเร็วไปทั่วที่ราบชายฝั่งของเยเมนในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้พวกเขากระชับการควบคุมช่องแคบบับอัลมันเดบซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 

   สงครามครั้งนี้มีต้นตอมาจากเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 เมื่อซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารและการปิดล้อมครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระบอบการปกครองหุ่นเชิดในซานา

    แม้จะมีการระดมยิงและการใช้ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยจากตะวันตกมานานหลายปี พันธมิตรของซาอุดีอาระเบียก็ล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้


ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 250 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31529282
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
8832
17080
51529
31398151
236989
304350
31529282

พ 21 ต.ค. 2026 :: 15:20:10