วจนะอันทรงคุณค่าสอนใจผู้ศรัทธาในเรื่องของ "ทรัพย์สินที่ฮะรอม" (ทรัพย์สินต้องห้ามที่ได้มาโดยมิชอบด้วยบทบัญญัติศาสนา) ไว้อย่างชัดเจนและน่ากลัวยิ่ง เป็นอุทาหรณ์เตือนสติที่ทรงพลัง เพื่อให้ผู้ศรัทธาพึงระวังใน "ปัจจัยยังชีพ (ริซกี)" ของตนเอง ให้ขวนขวายเฉพาะทรัพย์สินที่อนุมัติ (ฮะลาล) แม้จะน้อยแต่มันมีความจำเริญและปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ท่านอิมามอะลี อัล-ฮาดี (อ.) กล่าวว่า :
إِنَّ الْحَرَامَ لَا يَنْمِي وَإِنْ نَمَى لَا يُبَارَكُ لَهُ فِيْهِ وَمَا أَنْفَقَهُ لَمْ يُؤْجَرْ عَلَيْهِ وَمَا خَلَّفَهُ كَانَ زَادَهُ إِلَى النَّارِ
"แท้จริงทรัพย์สินต้องห้าม (ฮะรอม) นั้นจะไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มพูน และถ้าหากเพิ่มพูนก็จะไม่ก่อให้เกิดความจำเริญแก่เขา และสิ่งที่เขาได้บริจาคมันออกไปก็จะไม่ได้รับการตอบแทนรางวัล และถ้าหากเขาละทิ้งมันไว้เบื้องหลัง (เป็นมรดก) มันก็จะเป็นเสบียงของเขาไปสู่ไฟนรก"
(อัล กาฟี, เชคกุลัยนี, เล่ม 5, หน้า 125)
ฮะดีษนี้เป็นหนึ่งในวจนะอันทรงคุณค่าของท่านอิมามอะลี อัล-ฮาดี (อ.) ซึ่งสอนใจผู้ศรัทธาในเรื่องของ "ทรัพย์สินที่ฮะรอม" (ทรัพย์สินต้องห้ามที่ได้มาโดยมิชอบด้วยบทบัญญัติศาสนา) ไว้อย่างชัดเจนและน่ากลัวยิ่ง
ต่อไปนี้คือการอธิบายความหมายโดยละเอียด
อธิบายความหมายและแง่คิดจากฮะดีษ
ท่านอิมามฮาดี (อ.) ได้แบ่งผลลัพธ์และชะตากรรมของทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบไว้ 4 ประการ ดังนี้ :
1. ไม่เจริญงอกเงย (لَا يَنْمِي) :
ตามกฎเกณฑ์ของพระผู้เป็นเจ้า ทรัพย์สินที่ฮะรอม (เช่น ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการฉ้อโกง การลักขโมย ดอกเบี้ย การพนัน หรือการเอาเปรียบผู้อื่น) โดยเนื้อแท้ของมันแล้วจะไม่นำพาความงอกเงยหรือความก้าวหน้ามาสู่ชีวิตอย่างแท้จริง มักจะสูญหายหรือหมดไปกับสิ่งไร้ประโยชน์
2. หากงอกเงย ก็ไร้ความจำเริญ (وَإِنْ نَمَى لَا يُبَارَكُ لَهُ فِيْهِ) :
หากมองในทางโลก บางครั้งเราเห็นคนโกงร่ำรวยขึ้น (งอกเงยในเชิงปริมาณ) แต่ท่านอิมาม (อ.) เตือนว่า ทรัพย์นั้นจะไม่มีบารอกัต (ความจำเริญ) เลย ความไร้บารอกัตหมายถึง รวยแต่ไม่มีความสุข ต้องอยู่ด้วยความระแวง ทรัพย์นั้นอาจนำพาโรคภัยไข้เจ็บมาสู่ตนเองและครอบครัว หรือนำความทุกข์ใจมาให้ไม่สิ้นสุด
3. บริจาคไป ก็ไม่ได้บุญ (وَمَا أَنْفَقَهُ لَمْ يُؤْجَرْ عَلَيْهِ) :
บางคนคิดผิดๆ ว่า "โกงเขามาแล้วเอาไปทำบุญ สร้างมัสยิด หรือช่วยเหลือคนจน เพื่อลบล้างความผิด" ท่านอิมามฮาดี (อ.) ปฏิเสธความคิดนี้โดยสิ้นเชิง อัลลอฮ์ทรงบริสุทธิ์และทรงรับเฉพาะสิ่งที่ดีงามและบริสุทธิ์เท่านั้น การเอาเงินฮะรอม (ต้องห้าม) ไปบริจาคจึงไม่ได้ผลบุญใดๆ เลย ซ้ำยังต้องรับบาปจากที่มาของเงินนั้นด้วย
4. ทิ้งไว้เป็นมรดก ก็คือเสบียงสู่นรก (وَمَا خََلَّفَهُ كَانَ زَادَهُ إِلَى النَّارِ) :
เมื่อคนเราตายไป ทรัพย์สินเหล่านั้นจะตกเป็นของทายาท (ซึ่งทายาทอาจจะเอาไปใช้เสวยสุข) แต่ทว่าคนตายที่หาทรัพย์นั้นมาด้วยวิธีฮะรอมกลับต้องนอนรับบาปและเผชิญหน้ากับการลงทัณฑ์ในหลุมฝังศพและวันปรโลก ทรัพย์ฮะรอมที่ทิ้งไว้จึงเปรียบเสมือนฟืนหรือเสบียงที่ส่งให้ตัวเองต้องตกนรกนั่นเอง
สรุป
ฮะดีษบทนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติที่ทรงพลังมาก เพื่อให้ผู้ศรัทธาพึงระวังใน "ปัจจัยยังชีพ (ริซกี)" ของตนเอง ให้ขวนขวายเฉพาะทรัพย์สินที่อนุมัติ (ฮะลาล) แม้จะน้อยแต่มันมีความจำเริญและปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
บทความ : เชคมูฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่