กองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (Supertanker) 2 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบรวมกันกว่า 4.5 ล้านบาร์เรล ถูกไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงหลังแล่นชนทุ่นระเบิดใต้ทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ลูกเรือต้องสละเรือ
แถลงการณ์จากสำนักงานประชาสัมพันธ์กองทัพเรือ IRGC ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเรือทั้งสองลำพยายามลักลอบแล่นผ่านเส้นทางทางตอนใต้ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต ภายในช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
แถลงการณ์ระบุว่า "เมื่อชนเข้ากับทุ่นระเบิดทางทะเล ห้องเครื่องของเรือทั้งสองลำเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงและมีเพลิงลุกไหม้ ส่งผลให้เรือทั้งสองลำไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปและต้องลอยลำอยู่กับที่"
กองทัพเรือ IRGC ระบุด้วยว่า เรือทั้งสองลำบรรทุกน้ำมันดิบรวมกันเป็นปริมาณมหาศาลกว่า 4.5 ล้านบาร์เรล
หลังจากเกิดเหตุชนทุ่นระเบิดใกล้กับชายฝั่งทางตอนใต้ของช่องแคบ สถานการณ์บนเรือที่กำลังถูกเพลิงไหม้ก็อยู่ในขั้นวิกฤตจนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ลูกเรือทั้งหมดตัดสินใจสละเรือและหลบหนีออกมา
เหตุการณ์นี้ ถือเป็นการบังคับใช้กฎระเบียบทางทะเลของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซครั้งล่าสุด โดยทาง IRGC ได้ประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวไม่ให้เรือลำใดก็ตามที่ไม่มีการอนุญาตแล่นผ่าน
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่สหรัฐอเมริกาละเมิดบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad MoU) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางอากาศอย่างผิดกฎหมายและการปิดล้อมทางทะเล กองทัพอิหร่านจึงได้ประกาศปิดช่องแคบดังกล่าว พร้อมเตือนว่า เรือลำใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านโดยไม่ประสานงานกับทางการอิหร่านจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรง
ที่ผ่านมา IRGC ได้ออกคำเตือนซ้ำหลายครั้งว่า ช่องแคบแห่งนี้มีการวางทุ่นระเบิดไว้เป็นจำนวนมาก และการพึ่งพาการคุ้มกันจากกองทัพสหรัฐฯ หรือการพยายามหลีกเลี่ยงการควบคุมทางทะเลของอิหร่านด้วยการปิดระบบติดตามเรือและเลือกใช้เส้นทางทางตอนใต้ที่ไม่ได้รับอนุญาตนั้น จะนำไปสู่หายนะได้
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่