สึเนยาสึ มิยาโมโตะ ประธานสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (JFA) ออกโรงเตือนว่า สถานการณ์ความมั่นคงที่ย่ำแย่ลงในซาอุดีอาระเบีย อาจส่งผลกระทบและทำให้แผนการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 ของทางราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียต้องตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังคุกคามการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติครั้งสำคัญ
การแข่งขันรายการนี้ ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2027 อย่างไรก็ตาม ความกังวลด้านความปลอดภัยที่เชื่อมโยงกับการโจมตีตอบโต้ที่เพิ่มขึ้นจากกองกำลังติดอาวุธในเยเมน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ซาอุดีอาระเบียจะสามารถจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับทีมชาติรายการสำคัญที่สุดของทวีปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
มิยาโมโตะกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุมวิสามัญของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ที่กรุงโตเกียว ว่า “จากข้อมูลที่ผมได้รับทราบจากข่าว สถานการณ์ในปัจจุบันยังคงไม่ปลอดภัย ดังนั้น ณ จุดนี้ ผมจึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะจัดการแข่งขัน [เอเชียน] คัพ ที่นั่น”
เขาเสริมว่า เจ้าหน้าที่ของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า จะร่วมมือกับสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) เพื่อพิจารณาว่า การแข่งขันจะสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่ พร้อมยอมรับว่า การตัดสินใจในเรื่องนี้ต้องใช้เวลา
ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล-คาลิฟา ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า การเลื่อนการแข่งขันออกไปเป็นปี ค.ศ.2028 ยังคงมีความเป็นไปได้หากสถานการณ์บีบบังคับ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจัดการแข่งขันในท้องถิ่น (LOC) ได้ออกมากล่าวย้ำในเวลาต่อมาว่า การเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม
คณะกรรมการจัดการแข่งขันในท้องถิ่น (LOC) ระบุในแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “การเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการจัดการและด้านปฏิบัติการ กำลังดำเนินไปตามกำหนดการที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งรวมถึงการดำเนินงานเกี่ยวกับสนามแข่งขัน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และบริการสนับสนุน”
คณะกรรมการฯ เสริมว่า จะยังคงติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามีเงื่อนไขและปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับการจัดการแข่งขันให้ประสบความสำเร็จ
ความไม่แน่นอนนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มหกรรมกีฬารายการใหญ่หลายรายการในซาอุดีอาระเบีย ได้ถูกยกเลิก เลื่อนออกไป หรือปรับเปลี่ยนกำหนดการแข่งขันใหม่ไปแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงที่เสื่อมถอยลง
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เอเชียนทัวร์ (Asian Tour) ของวงการกอล์ฟได้เลื่อนการแข่งขันรายการ ซาอุดี อินเตอร์เนชันแนล (Saudi International) ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่การแข่งขันจักรยานชิงแชมป์โลกประเภทเออร์เบิน (Urban World Championships) ได้ถูกยกเลิกไป หลังจากเกิดเหตุโจมตีโต้กลับที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงริยาด
นอกจากนี้ มหกรรมกีฬารายการอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยการแข่งขันเทนนิสรายการพิเศษ "ซิกซ์ คิงส์ สแลม" (Six Kings Slam) ในกรุงริยาด ซึ่งเดิมทีมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนตุลาคม ได้ถูกย้ายไปจัดในเดือนธันวาคมแทน ขณะที่ฟีฟ่า (FIFA) ได้เลื่อนการแข่งขันเกมอีสปอร์ตรายการ "ฟีฟ่าอี ไฟนอลส์ 2026" (FIFAe Finals 2026) ในเมืองเจดดาห์ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้จุดชนวนให้เกิดคำถามในวงกว้าง เกี่ยวกับความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการผลักดันตัวเองให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาระดับโลก หลังจากที่ทางราชอาณาจักรได้ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (Public Investment Fund หรือ PIF) เพื่อลงทุนในวงการกีฬาในระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ การแข่งขันเอเชียนคัพ 2027 ยังถูกมองว่าเป็นบททดสอบแรกครั้งสำคัญ ต่อความสามารถของประเทศในการจัดมหกรรมฟุตบอลระดับนานาชาติรายการใหญ่ ก่อนที่จะถึงกำหนดการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) ปี 2034 ตามที่ได้วางแผนไว้
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียยังได้ประกาศเลื่อนการประชุมระดับโลก United Nations World Data Forum และการประชุมสถิติแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียครั้งที่ 2 (Second Saudi Statistical Forum) ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–12 พฤศจิกายนในกรุงริยาด ออกไปอีกด้วย
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังการเลื่อนการประชุม Future Investment Initiative (FII) ซึ่งเป็นงานประชุมระดับเรือธงของทางราชอาณาจักร โดยเดิมทีมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคม แต่ได้ถูกเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นปี ค.ศ.2027 เช่นกัน
เหตุการณ์หยุดชะงักล่าสุดเหล่านี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งของการเผชิญหน้าที่ขยายวงกว้างระหว่างซาอุดีอาระเบียและเยเมน ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการแทรกแซงทางทหารและการปิดล้อมประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้เป็นเวลานานของรัฐบาลริยาด
การยกระดับความรุนแรงดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ซาอุดีอาระเบียได้ทิ้งระเบิดโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติซานาในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้กองทัพเยเมนตอบโต้ด้วยการบังคับใช้มาตรการ "มาตรการปิดล้อมตอบโต้การปิดล้อม" (blockade for blockade) และประกาศคว่ำบาตรการเดินเรือของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง
กองทัพเยเมนได้ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการทางเรือหลายครั้ง ที่มุ่งเป้าโจมตีเรือที่มีความเชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง เพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานของรัฐบาลริยาด
กองทัพเยเมนยังได้เปิดฉากโจมตีโต้กลับไปยังเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของซาอุดีอาระเบีย และได้รุกคืบอย่างรวดเร็วไปตามแนวที่ราบชายฝั่งของเยเมนในช่วงเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้พวกเขาสามารถกระชับพื้นที่ควบคุมบริเวณช่องแคบ บาบ อัล-มันเดบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญได้แน่นหนายิ่งขึ้น
สงครามดังกล่าวมีชนวนเหตุย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ.2015 เมื่อซาอุดีอาระเบียและกลุ่มพันธมิตรที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารและการปิดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อแต่งตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดขึ้นมาปกครองในกรุงซานาอีกครั้ง
แม้ว่าจะมีการทิ้งระเบิดโจมตีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และมีการยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยจากชาติตะวันตกเข้ามาใช้ แต่กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียก็ยังคงประสบความล้มเหลวในการบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้ประกาศไว้
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่