เยเมนเตือนซาอุดีอาระเบียเรื่อง ‘เป้าหมายใหม่’ หากยังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อไป
เยเมนเตือนซาอุดีอาระเบียเรื่อง ‘เป้าหมายใหม่’ หากยังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อไป

ขบวนการต่อต้านของประชาชนกลุ่มอันซอรุลลอฮ์แห่งเยเมน ได้ออกมาเตือนซาอุดีอาระเบียว่า กรุงซานาอาจขยายเป้าหมายทางการทหาร หากรัฐบาลริยาดยังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ พร้อมระบุว่า เป้าหมายใหม่ที่มีความอ่อนไหวอาจถูกบรรจุเข้าสู่วาระของกองทัพเยเมน

    มูฮัมมัด อัล-บุคัยตี สมาชิกสำนักการเมืองของขบวนการดังกล่าว กล่าวเมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) ที่ผ่านมาว่า หากระบอบการปกครองของซาอุฯ ยังไม่ยอมถอยห่างจากท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์และการกระทำที่เสี่ยงอันตราย กองทัพเยเมนก็อาจถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนเป้าหมายในทางปฏิบัติการ และกำหนด “เป้าหมายใหม่” ที่มีความสำคัญและละเอียดอ่อนขึ้นมา' สู่วาระของตนเอง"

    เขากล่าวเสริมว่า ขีดความสามารถทางการทหารของเยเมนในปัจจุบัน ได้เข้าควบคุมสมการโดยรวมของภูมิภาคนี้แล้ว

    เจ้าหน้าที่เยเมนกล่าวว่า "เหล่านักรบเยเมนต่างหากที่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติการโจมตีอย่างแม่นยำต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์และดินแดนของซาอุดีอาระเบียด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระ โดยพึ่งพาขีดความสามารถที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ" พร้อมทั้งปฏิเสธข้ออ้างที่ว่า การโจมตีทางทหารของเยเมนนั้นขึ้นตรงด้านปฏิบัติการกับฝ่ายอื่น

    เมื่อกล่าวถึงความคืบหน้าของกองทัพในการต่อสู้กับกลุ่มทหารรับจ้างที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียตามแนวชายฝั่งของเยเมน เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุว่า เรือทุกลำที่ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบ บาบ อัล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ จะต้องประสานงานเรื่องการสัญจรผ่านทางน้ำดังกล่าวร่วมกับกองทัพเยเมน และจะได้รับความมั่นใจรวมถึงการรับประกันที่จำเป็น หลังจากที่มีการติดต่อสื่อสารกันโดยตรง

    ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่รายนี้ได้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของสมการทางการทหารและการเมืองในภูมิภาคที่เป็นประโยชน์ต่อ 'แกนร่วมแห่งการต่อต้าน' (Axis of Resistance) พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญที่ขาดไม่ได้ของกรุงซานาในการทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว

    เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียได้ยกระดับการปิดล้อมเยเมนที่ดำเนินมาอย่างยาวนานหลายปี และได้โจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ท่าอากาศยานหลักของกรุงซานา ทางด้านเยเมนระบุว่า ตนจะขยายขอบเขตการตอบโต้เพื่อบีบบังคับให้ยุติการปิดล้อมดังกล่าว ซึ่งได้สร้างความสูญเสียอย่างหนักทั้งทางเศรษฐกิจและชีวิตมนุษย์ให้แก่ประเทศนับตั้งแต่ปี ค.ศ.2015

    ในส่วนสุดท้ายของคำกล่าว มูฮัมมัด อัล-บุคัยตี ได้กล่าวถึงการกระทำอันเป็นการรุกรานที่ซาอุดีอาระเบียได้ก่อไว้ต่อดินแดนอิรัก โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มต่อต้านการก่อการร้ายของอิรัก ซึ่งรัฐบาลริยาดได้กล่าวหาอย่างไม่มีมูลความจริงว่า กลุ่มเหล่านี้เป็นผู้โจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานของซาอุฯ

    เขากล่าวว่า การโจมตีและการรุกรานดินแดนอิรักโดยระบอบซาอุดีอาระเบียในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กรุงแบกแดดมีสิทธิ์อันชอบธรรมอย่างเต็มที่ในการตอบโต้อย่างเหมาะสมและเด็ดขาดต่อการละเมิดอธิปไตยดังกล่าว"


ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 224 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31162883
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5349
7327
63302
31029110
174940
362837
31162883

ส 19 ก.ย. 2026 :: 17:05:55