'ทำใจยอมรับมัน' : กาลิบาฟ ชี้ ยุคที่เครื่องบินรบ F-35 ของสหรัฐฯ ถูก "ไล่ล่า" ได้เริ่มขึ้นแล้ว
'ทำใจยอมรับมัน' : กาลิบาฟ ชี้ ยุคที่เครื่องบินรบ F-35 ของสหรัฐฯ ถูก "ไล่ล่า" ได้เริ่มขึ้นแล้ว

มูฮัมมัด บาเกร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า ยุคสมัยที่เครื่องบินรบ F-35 และ F-15 ของสหรัฐฯ ถูก "ไล่ล่า" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางรายงานที่ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันและความเสียหายที่เพิ่มขึ้นต่อกองทัพสหรัฐฯ หลังจากที่วอชิงตันทำสงครามกับอิหร่านมานานราว 7 เดือน

    กาลิบาฟ กล่าวในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ‘ยุคสมัยที่เครื่องบิน F-35 และ F-15 ของพวกคุณจะถูกไล่ล่า และพวกคุณต้องรายงานความเสียหายของพวกมัน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    เขากล่าวเสริมว่า ‘สิ่งที่เคยเป็นเพียงเชื้อไฟแห่งฝันร้ายในอดีต บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงในทุก ๆ วันไปแล้ว ทำใจยอมรับมันเสีย

    ถ้อยแถลงของกาลิบาฟ มีขึ้นหลังจากที่ พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ ที่ออกมายอมรับความเปลี่ยนแปลงในสมรภูมิว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมของภัยคุกคามในสนามรบรูปแบบใหม่

    เคนกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า นับจากนี้ไป เราต้องสมมติฐานไว้ก่อนว่า รูปขบวนทัพของเราจะถูกไล่ล่าโดยระบบอัตโนมัติ ถูกรบกวนสัญญาณในทุกย่านความถี่ และถูกติดตามพิกัดแบบเรียลไทม์’

    ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่ทหารของสหรัฐฯ และรายงานต่าง ๆ ต่างชี้ไปที่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อกองกำลังอเมริกัน หลังจากผ่านพ้นการทำสงครามรุกรานอิหร่านมานานหลายเดือน

    การประเมินของจเรทหารทั่วไปแห่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลายร้อยแห่งในฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันตก และยังมีส่วนทำให้เกิดการขาดแคลนยุทโธปกรณ์สำคัญ นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติการของกองกำลังตนทั่วภูมิภาคเพื่อตอบสนองต่อการโจมตีเหล่านั้น

    รายงานดังกล่าวยังได้ยืนยันอย่างเป็นทางการด้วยว่า เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ของสหรัฐฯ ลำหนึ่งได้รับความเสียหายจาก ‘การยิงของฝ่ายศัตรู’ ระหว่างปฏิบัติภารกิจสู้รบเหนือน่านฟ้าอิหร่าน โดยการประเมินระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกบังคับให้ต้องลงจอดฉุกเฉินหลังจากถูกยิงโจมตี

    การยืนยันดังกล่าวมีขึ้นในอีกหลายเดือนต่อมา หลังจากที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า เครื่องบินลำดังกล่าวต้องลงจอดฉุกเฉินหลังเสร็จสิ้นภารกิจสู้รบ ในขณะที่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ระบุว่า เชื่อกันว่าเครื่องบินน่าจะถูกโจมตีจากการยิงของฝ่ายอิหร่าน

    ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านสามารถยิงโดรนและเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ รวมถึงอิสราเอลร่วงลงเป็นจำนวนหลายสิบเครื่อง ในช่วงของการทำสงครามรอบล่าสุดที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แม้ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะออกมากล่าวอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า กองกำลังดังกล่าวได้ถูกทำลายไปแล้วก็ตาม

     ในขณะเดียวกัน สำนักข่าว ดิ อินเตอร์เซปต์ (The Intercept) โดยอ้างอิงข้อมูลจากบรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ใกล้ชิดกับปฏิบัติการทางทหาร รายงานว่า การโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิหร่านได้ส่งผลให้ความพร้อมรบของกองทัพสหรัฐฯ ต้องตกอยู่ภายใต้ภาวะตึงตัวอย่างรุนแรง

    บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างชี้ไปที่คลังขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่กำลังลดลง จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาด้านการบำรุงรักษา การขยายระยะเวลาปฏิบัติการของกองกำลัง และการส่งกำลังบำรุงที่ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเตือนว่า แรงกดดันเหล่านี้อาจนำไปสู่ ‘ภาวะล่มสลาย’ ของขีดความสามารถของกองทัพในการทำสงครามระยะยาวกับอิหร่านในที่สุด

    รายงานยังระบุด้วยว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้สร้างความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐฯ ทั่วทั้งบาห์เรน จอร์แดน อิรัก คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์


ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 216 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31162875
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5341
7327
63294
31029110
174932
362837
31162875

ส 19 ก.ย. 2026 :: 17:04:34