กระทรวงการต่างประเทศเยเมนได้เรียกร้องให้ประเทศมุสลิมต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทเชิงสร้างสรรค์เพื่อยุติการรุกรานอันโหดร้ายและการปิดล้อมอย่างไร้มนุษยธรรมโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งดำเนินมานานกว่าทศวรรษแล้ว
การเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่การประชุมสภารัฐมนตรีต่างประเทศขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ครั้งที่ 52 ได้เปิดจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (17 ต.ค.) ณ กรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก
กระทรวงการต่างประเทศเยเมนแสดงความหวังว่า ผู้เข้าร่วมการประชุม ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลาสองวันและมีตัวแทนจากประเทศสมาชิก OIC ทั้งหมดเข้าร่วมนั้น จะไม่หลงเชื่อข้อกล่าวหาของซาอุดีอาระเบียที่อ้างว่า กองทัพเยเมนได้ส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีเมืองศักดิ์สิทธิ์อย่างมักกะฮ์และมะดีนะฮ์
ทางกระทรวงฯ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยระบุว่า เป็นคำโกหกคำโต ซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นชาวเยเมน เนื่องจากชาวเยเมนพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศเยเมน ยังระบุว่า ข้อเรียกร้องของเยเมนนั้น มีความเป็นธรรมและชอบธรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การยุติความขัดแย้งและการยกเลิกการปิดล้อม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวเยเมนทั้งประเทศต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก
กระทรวงการต่างประเทศเยเมนยังย้ำด้วยว่า การเดินเรือในทะเลแดงยังคงมีความปลอดภัย พร้อมทั้งเตือนว่า การยกระดับความขัดแย้งโดยซาอุดีอาระเบียจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อเส้นทางการเดินเรือ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม รัฐบาลในกรุงซานาได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้ “การปิดล้อมที่ไม่เป็นธรรมและกดขี่” ต่อเยเมน ซึ่งดำเนินมานานเกือบ 12 ปีแล้ว
กองทัพเยเมนรายงานว่า ได้ปฏิบัติภารกิจโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงได้สำเร็จหลายครั้ง
ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 ซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรได้เริ่มปิดล้อมเยเมนและเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการทหาร การเมือง และทรัพยากรโลจิสติกส์จากสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกหลายประเทศ
สงครามที่ยังคงดำเนินอยู่นี้ส่งผลให้ชาวเยเมนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียยังคงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดเพื่อสนองผลประโยชน์ของตนเองได้สำเร็จ
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่